สาบัญ
ศัพท์ที่ควรรู้ใน Yu-Gi-Oh
Spell Speed
มอนสเตอร์ Gemini
Chain&Activation Solution
สิ่งที่ Skill Drain ทำไม่ได้
ว่าด้วยเรื่องของตัวแทนฟิวชัน
================================================
ศัพท์ที่ควรรู้ในYu-Gi-Oh
เรียกแบบปกติ (Normal Summon)
เป็นสิทธิ์ของผู้เล่นที่จะเรียกมอนสเตอร์ลงมา โดยทำได้ 1 ครั้งต่อเทิร์น
มอนสเตอร์ที่เรียกแบบปกติ จะต้องตั้งโจมตีหงายหน้า
เรียกแบบพิเศษ (Special Summon)
เรียกมอนสเตอร์ผ่านเอฟเฟกต์ของการ์ด โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเรียก
การ์ดบางใบ เช่น
Ultimate OfferingUltimate Offering ถือว่าเรียกมอนสเตอร์แบบปกติ ไม่ใช่การเรียกแบบพิเศษ
คว่ำการ์ด (Set)
เนื่องจากว่าในเทิร์นหนึ่ง ผู้เล่นสามารถเรียกมอนสเตอร์แบบปกติได้ 1 ครั้ง แต่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเรียกแบบตั้งโจมตีหงายหน้า หรือตั้งป้องกันคว่ำหน้า ถ้าหากตั้งป้องกันคว่ำหน้า จะไม่ถือว่าเป็นการเรียกแบบปกติ แต่จะถือว่าเป็นการคว่ำการ์ด (Set) แทน
คว่ำแล้วหงาย (Flip)
มอนสเตอร์ที่คว่ำอยู่ จะสามารถหงายขึ้นมาได้ แต่ต้องไม่ใช่เทิร์นเดียวกันกับที่ลง(การ์ดที่Set จะหงายในเทิร์นนั้นเลยไม่ได้) เรียกการหงายนี้ว่า Flip Summon
สำหรับมอนสเตอร์ที่มีเอฟเฟกต์ FLIP หากมอนสเตอร์คู่ต่อสู้โจมตีมันในขณะคว่ำอยู่ แล้วการ์ดถูกพลิกขึ้นมา(จำเป็นต้องพลิกเพื่อคำนวณพลัง) ก็ให้ถือว่าคว่ำแล้วหงายเช่นกัน แต่ไม่ถือว่าเป็นFlip Summon
***Flip และ Flip Summon ต่างกัน
กับดัก(Trap)
เป็นมีข้อบ่งใช้คือ ต้องคว่ำ(Set)ในโซนเวทย์-กับดัก ก่อนใช้
และแน่นอนว่าการ์ดที่คว่ำ(Set) จะหงายไม่ได้ในเทิร์นที่ลง
***โปรดอ่านบทความเรื่องSpell Speed เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ์ดกับดัก
เวทมนตร์(Spell)
ผู้เล่นจะใช้เวทมนตร์ได้กี่ใบก็ได้ในเทิร์นนั้น โดยเมื่อใช้แล้ว จะถูกส่งลงสุสานเว้นเสียแต่ว่ามีข้อกำกับใช้เป็นพิเศษ หรือเป็นเวทมนตร์ต่อเนื่อง
ต่อเนื่อง (Continuous)
หลังจากใช้เวทมนตร์หรือกับดักต่อเนื่อง มันจะคงหงายหน้าอยู่ในโซนเวทย์-กับดักต่อไปเรื่อยๆ ผู้เล่นไม่สามารถยกเลิกได้เอง เว้นเสียแต่มีข้อกำกับใช้พิเศษ
โซนเวทย์-กับดัก(Spell&Trap Zone)
เป็นพื้นที่วางการ์ดเวทมนตร์หรือกับดัก ซึ่งวางได้สูงสุดห้าใบ มอนสเตอร์บางชนิดก็สามารถมาอยู่ในโซนนี้ได้ เช่น Blast Sphere
อนึ่งการใช้เวทมนตร์ จำเป็นต้องมีช่องว่างในโซนเวทย์-กับดักเหลืออยู่อย่างน้อย 1 ใบ มิเช่นนั้นจะใช้ไม่ได้เลย
โซนมอนสเตอร์(Monster Zone)
เป็นพื้นที่วางการ์ดมอนสเตอร์ ซึ่งวางได้สูงสุดห้าใบ
คลาย หรือ ทำให้ไร้ผล (Negate)
ถ้าผลของการ์ดถูกคลาย ก็ให้ยกเลิกผลนั้นเสีย แต่ตัวการ์ดจะลงสุสานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพการ์ดนั้นๆ ว่าเป็นเวทมนตร์ต่อเนื่องหรือไม่ เป็นมอนสเตอร์หรือไม่ มีข้อกำกับใช้พิเศษหรือไม่
ใช้ไม่ได้ (Cannot be activated)
การ์ดที่ถูกทำให้ใช้ไม่ได้ จะต้องกลับคืนสภาพเดิม เช่น ถ้าใช้การ์ดจากมืิอ ให้กลับขึ้นไปอยู่บนมือเหมือนเดิม หรือใช้การ์ดที่คว่ำอยู่บนสนาม ก็ให้คว่ำกลับดังเดิม แม้ว่าอีกฝ่ายจะเห็นการ์ดแล้ว ก็ให้อนุโลมไป
มือ (Hand)
ผู้เล่นจะมีการ์ดบนมือได้สูงสุด 6 ใบเท่านั้น หากมาถึงEnd Phaseแล้วการ์ดเกิน 6 ใบ จะต้องทิ้งการ์ดใบใดก็ได้ ให้เหลือ6ใบ
ทิ้งการ์ด (Discard)
ถ้าการ์ดถูกทิ้งลงสุสาน จะไม่ถือว่าการ์ดถูกทำลาย
คอสต์ (Cost)
การ์ดบางใบ ต้องใช้Costก่อน ผลถึงเกิด เช่น
Magic Jammer ต้องทิ้งการ์ด 1 ใบ หากMagic Jammer ถูกคลาย Costที่เสียไปจะไม่กลับคืนมา (เสียไปเฉยๆ)
ถูกทำลาย (Destroyed)
เมื่อมีการส่งมอนสเตอร์ลงสุสาน ให้ตั้งข้อสงสัยด้วยว่าเป็นการถูกทำลาย(Destroy) รึเปล่า หากอ่านคำอธิบายการ์ดแล้วไม่มีคำว่าทำลาย(Destroy)ก็ไม่ให้ถือว่าถูกทำลาย
***การ์ดที่ถูกทำลายโดยการต่อสู้ ถือว่าถูกทำลาย
เฟส (Phase)
คือขั้นตอนของกิจกรรมที่ทำได้ในเทิร์นหนึ่งๆ
ประกอบไปด้วย Draw Phase, Standby Phase, Main Phase 1, Battle Phase, Main Phase 2, End Phase
เฟสที่กล่าวมาข้างต้น จะเรียงลำดับกันแบบนั้น
Draw Phase ผู้เล่นจะจับการ์ด 1 ใบ
Standby Phase เป็นเฟสที่ผลของการ์ดบางใบจะเกิดผล เช่น
Bowganian
Main Phase 1 เป็นเฟสที่ผู้เล่นจะเรียกมอนสเตอร์แบบปกติ, ใช้เวทมนตร์, คว่ำการ์ด, ใช้กับดัก(รำลึกไว้ว่ากับดักไม่สามารถใช้ได้ในทันทีในเทิร์นที่หมอบ), ใช้เอฟเฟกต์มอนสเตอร์
Battle Phase มอนสเตอร์ที่ตั้งโจมตีหงายหน้าจะสามารถโจมตีคู่ต่อสู้ได้ (บางใบ เช่น
Total Defense Shogun สามารถโจมตีได้แม้จะอยู่ในท่าป้องกัน)
Main Phase 2 เหมือน Main Phase 1 ทุกประการ (รำลึกไว้ว่าเรียกมอนสเตอร์แบบปกติได้หนึ่งครั้งต่อเทิร์น ดังนั้นอย่าเรียกมอนสเตอร์แบบปกติอีก ถ้าได้เรียกได้ไปแล้ว)
End Phase เสร็จสิ้นเทิร์นของผู้เล่น
***ส่วนใหญ่แล้ว เวลาเล่นในหมู่คนกันเอง จะไม่ได้ทำตามphase อย่างชัดเจน เช่นบางคนก็เหมารวม Standby Phase เข้ากับ Main Phase 1 เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะสลับหน้าสลับหลังไม่ได้ เช่นโจมตีแล้วค่อยจั่วการ์ดไม่ได้
เกิดผล, ใช้ผล (Activate)
การที่การที่ผู้เล่นใช้เวทมนตร์หรือกับดัก ถือว่าเป็นการActivate Card แต่หลังจากใช้แล้ว มันจะแสดงผลทันที(ยกเว้น Continuous) จะเป็นการ Activate Effect
การที่ผู้เล่นใช้ผลของเวทมนตร์ต่อเนื่องหรือกับดักต่อเนื่องที่เปิดไว้อยู่แล้ว เช่น
Ultimate OfferingUltimate Offering ถือว่าเป็นการActivate Effect
การที่ผู้เล่นใช้ผลของมอนสเตอร์ เช่น
Volcanic Slicer ถือว่าเป็นการActivate Effect
ผลของการ์ดเวทมนตร์ต่อเนื่องหรือกับดักต่อเนื่องที่ทำงานเองโดยที่ผู้เล่นไม่ได้สั่ง ไม่ถือว่าเป็นการActivate
พึงอ่านคำอธิบายให้ดี ว่ากล่าวถึงการActivateการ์ด หรือActivateเอฟเฟกต์
Extra Deck
คือกองการ์ดที่เก็บมอนสเตอร์ฟิวชั่น(Fusion) และซิงโคร(Synchro) มีได้ไม่เกิน 15 ใบ
เอาออกนอกเกม(Remove from game)
การ์ดที่ถูกเอาออกนอกเกมยังสามารถเอากลับเข้ามาในเกมได้ด้วยผลของการ์ดบางใบ
การ์ดที่ถูกเอาออกนอกเกมจะไม่มีที่วางเป็นของตนเอง ให้วางเอาไว้ที่ใดก็ได้นอกสนาม หรือบริเวณที่ตกลงกันไว้ โดยแยกของใครของมัน
ฟิวชัน (Fusion)
คือการใช้การเวทมนตร์เช่น
Polymorphismxxx เพื่อเรียกมอนสเตอร์ฟิวชันจากExtra Deckแบบพิเศษ โดยแลกกับมอนสเตอร์ที่ระบุไว้ในคำอธิบายมอนสเตอร์ฟิวชันตัวนั้น
ซิงโคร (Synchro)
คือการใช้ผลของมอนสเตอร์ประเภทTunerเพื่อเรียกมอนสเตอร์ซิงโครจากExtra Deckแบบพิเศษ โดยแลกกับมอนสเตอร์ที่ระบุไว้ในคำอธิบายมอนสเตอร์ซิงโครตัวนั้น มีข้อแม้ว่า มอนสเตอร์ที่เป็นวัตถุดิบ ต้องมีเลเวลรวมกันเท่ากับเลเวลของมอนสเตอร์ซิงโครพอดี
พิธีกรรม (Ritual)
คือการใช้ผลของการ์ดเวทมนตร์พิธีกรรมเพื่อเรียกมอนสเตอร์พิธีกรรมจากมือแบบพิเศษ โดยแลกกับมอนสเตอร์ที่ระบุไว้ในคำอธิบายการ์ดเวทมนตร์พิธีกรรมนั้น (ส่วนใหญ่แล้วเงื่อนไขคือ เลเวลรวมกันมากกว่าหรือเท่ากับเลเวลของมอนสเตอร์พิธีกรรม)
มอนสเตอร์จูนเนอร์ (Tuner)
คือมอนสเตอร์ที่สามารถซิงโครได้
ฟิลด์(Field)
เป็นเวทมนตร์ที่มีผลครอบคลุมทั้งสนาม โดยถ้าใช้แล้ว มันจะทำหน้าที่คล้ายเวทมนตร์ต่อเนื่อง แต่จะถูกวางบนโซนฟิลด์(Field Zone) หากมีฟิลด์ใหม่ถูกใช้งาน ฟิลด์เก่าจะถูกทำลายลงสุสาน
บูชายัญ (Tribute)
เป็นการส่งมอนสเตอร์ลงสุสาน หากผลของการ์ดใดๆเขียนว่าบูชายัญ (Tribute) ให้ถือว่าเป็นการบูชายัญ
มอนสเตอร์เลเวล 5 และเลเวล 6 ต้องบูชายัญมอนสเตอร์ 1 ตัว จึงเรียกแบบปกติได้
มอนสเตอร์เลเวล 7 ขึ้นไป ต้องบูชายัญมอนสเตอร์ 2 ตัว จึงเรียกแบบปกติได้
การบูชายัญเพื่อเรียกมอนสเตอร์เลเวลสูง จะต้องกระทำพร้อมกัน บูชายัญต่างเวลาไม่ได้
Start Step
เป็นช่วงแรกของBattle Phase ที่ผู้เล่นประกาศโจมตี
Battle Step
เป็นช่วงที่สองของBattle Phase ทีมอนสเตอร์ปะทะมอนสเตอร์อีกตัว หากมอนสเตอร์คว่ำอยู่ ให้หงายขึ้นมา เพื่อเตรียมคำนวณความเสียหาย
Damage Step
เป็นช่วงทีสามของBattle Phase ที่มีการคำนวณความเสียหาย และหักลบLife Point
End Step
เป็นช่วงสุดท้ายของBattle Phase ที่ผลของการ์ดบางใบจะเกิดขึ้น (เช่น
Ancient Forest ที่มอนสเตอร์จะถูกทำลายเมื่้อจบBattle Phase)
เป้าหมาย (Target)
ผลของการ์ดที่ต้องเลือกการ์ดใบใดใบหนึ่งเป็นเป้าหมาย ให้ถือว่าการ์ดใบนั้นเป็นเป้าหมาย(Targeted)
***การ์ดอย่าง
Heavy Storm จะทำลายการ์ดทุกใบ ไม่เลือกเป้าหมาย
โทเคน (Token)
เป็นมอนสเตอร์ที่สมมติขึ้นมา เรียกโดยผลของการ์ด เช่น
Scapegoatxxx Tokenเหล่านี้เมื่อไม่ได้อยู่บนฟิลด์ จะหายไปทันที (ไม่ไปสุสาน) และTokenเหล่านี้ไม่สามารถคว่ำหน้าได้ จะต้องหงายหน้าตลอด
Side Deck
คือชุดการ์ดที่ใช้ปรับแต่งเด็คระหว่างการแข่งขัน(ในกรณีเล่นเป็นmatchหรือแข่งทัวร์นาเมนท์) มีได้ไม่เกิน 15 ใบ
Match
เป็นการเล่นโดยตัดสินแพ้ชนะเมื่อผู้เล่นคนใดคนนึงชนะ 2 ครั้ง
มอนสเตอร์คู่ต่อสู้(Opponent's Monster)
มอนสเตอร์ที่คู่ต่อสู้ควบคุมอยู่
ควบคุม (Control)
มีการ์ดใบนั้นไว้บนสนาม ไม่ว่าจะหงายหน้าหรือคว่ำหน้า
ใช้ไม่ได้ในการดูเอล (Cannot be played)
การ์ดที่ใช้ไม่ได้ในการดูเอล คุณสมบัติต่างๆในการ์ด(ธาตุ, ประเภท, ชื่อ) จะยังคงอยู่เหมือนเดิม วนเวียนกลับไปในมือ, เด็ค, สุสาน, นอกเกม ได้ตามปกติ แต่จะไม่สามารถactivate, ไม่สามารถSet หรือ Summon ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม
วัตถุดิบฟิวชัน/วัตถุดับซิงโคร (Fusion Material / Synchro Material)
มอนสเตอร์ที่ระบุไว้ในคำอธิบายมอนสเตอร์ฟิวชัน/ซิงโครตัวนั้น ในบางกรณีอาจหมายถึงมอนสเตอร์ที่ใช้ฟิวชัน/ซิงโครไปแล้ว