Thread Rating:
  • 0 Vote(s) - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
GARIAUS ศึกนักรบจตุรเทพ ภาค มหาบุรุษแห่งโอดิธัน
#11
บทที่ ๙ หนุ่มเนื้อหอม


“เบิร์ก จะรีบไปไหนแต่เช้า?”ลุงแบรเห็นเบิร์กรีบคว้าขนมปัง คันธนู ดาบและเนื้อหมูเสียบไม้ออกจากบ้าน
“ข้าจะชวนฮอร์ดไปเล่นอะไรสนุกๆน่ะลุง!!”เบิร์กหันไปพูดกับลุงแบรขณะกำลังเปิดประตูออกจากบ้าน
“ออกไปเล่นหรือ!? แล้วกระเป๋าขนหนังนั่นเอาไปด้วยทำไม จะไปไหนกันแน่!!?”ลุงแบรสังเกตุเห็นกระเป๋าที่ทำมาจากขนสัตว์ ที่มีไว้ใช้สำหรับการเดินทางวางอยู่ใกล้ๆเท้าของเบิร์ก
“เอ่อ..อ้อ ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะลุงนะ ข้าจะชวนฮอร์ดไปชมนกชมไม้นิดหน่อยน่ะ ไปสัก ๔-๕ วันเดี๋ยวก็กลับแล้ว”เบิร์กตอบด้วยความลนลาน
ลุงแบรก็ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก อยู่ดีๆเบิร์กรีบตื่นแต่เช้ากินนู่นกินนี่เรียบร้อย และมีทีท่าร้อนรนจะรีบไปที่ไหนสักแห่ง ในใจเขากังวลว่าอัสคัสได้บอกเรื่องครอบครัวเขาให้เบิร์กฟังหรือเปล่า
“ลุงอย่าทำหน้าตาจับผิดอย่างงั้นสิ ข้าแค่จะออกไปหมู่บ้านทางตะวันออก ลุงเองเคยบอกว่ามันมีสีสันกว่าบ้านเราในแถบชายป่าชาร์คนี้นี่หน่า ข้าก็เลยอยากไปดู และจะชวนฮอร์ดไปด้วยแค่นั้นเอง”
“เดี๋ยวชาวบ้านก็แตกตื่นกันพอดี อีเลียด ฮอร์ด ไม่ใช่เด็กธรรมดาๆแล้วนะในตอนนี้ เด็กนั่นมีลักษณะตามประเพณีของชาวกาเรียอัส กลายเป็นผู้ที่สมควรจะถูกเรียกว่านักรบไปแล้ว ถึงเจ้าหนุ่มนั่นจะยังไม่ค่อยยอมรับก็เถอะ เดี๋ยวเจ้ากับฮอร์ดจะเที่ยวไม่สนุกกันนะ”ลุงแบรพูดด้วยความหวังดี
“ที่แถบนั้นพวกเขาไม่เคยเห็นฮอร์ดนี่ลุง แต่ถ้าเกิดมันมีเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นมาจริงๆล่ะก็ ข้ามีวิธีของข้าหน่า ไปละลุง ไว้เจอกันนะ สวัสดีเด้ออ!!”เบิร์กกล่าวแล้วรีบวิ่งออกประตูไปพร้อมกระเป๋า
“จะรีบไปไหน เฮ้ออ”ลุงแบรถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง

เบิร์กได้เดินเคี้ยวขนมปังไปตามทางขณะกำลังไปที่บ้านของฮอร์ด สาวๆและผู้คนตามหมู่บ้านต่างมองมาที่เบิร์ก แต่คงไม่ใช่เบิร์ก พวกเขามองเหมือนมองหาใครสักคน ใช่แล้ว! พวกชาวบ้านและหญิงสาวต่างกำลังมองหาฮอร์ดกันอยู่นั่นเอง เพราะฮอร์ดไม่ได้ออกจากบ้านของเขาเลยช่วงนี้ จะให้ไปยืนรออยู่หน้าบ้านก็ดูจะไม่ดี เมื่อเบิร์กเห็นสายตามากมายจ้องมองมาที่ตน จนเขานั้นรู้สึกอึดอัด
“นี่ข้ากินมูมมามไปหรือเปล่าวะเนี่ย!!?”เบิร์กอุทานขึ้นในใจขณะกำลังกินมื้อเช้าของเขาไป…

เสียงน้ำไหลลงท่วมใบหน้า  มืออันแข็งแรงลูบไล้ผิวหน้าจากคราบน้ำให้เกลี้ยงเกลา ฮอร์ดกำลังตักน้ำใต้ถุนบ้านมาล้างหน้าล้างปากหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย เขาตักน้ำมานิดหนึ่งเพื่อบ้วนปาก เสร็จแล้วก็ขึ้นบันไดไปบนบ้าน ไปที่ห้องของเขา จากนั้นก็นั่งลงบนที่นอนของตน เขาหลับตา สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมหายใจออกยาวๆ เพื่อสร้างสมาธิให้กับตนเอง ฮอร์ดนั่งนิ่งๆหลังตรงๆอยู่อย่างนั้นหกนาที จนเบิร์กได้มาตะโกนเรียกฮอร์ดอยู่หน้าบ้าน ฮอร์ดเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนรักตะโกนเรียกก็ลุกออกจากห้องไปยืนดูอยู่บนบ้านตรงหัวบันไดทางขึ้น ฮอร์ดถึงกับตะลึงกับสิ่งที่เห็น เบิร์กเพื่อนรักของตนได้พาแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาหลายคนทีเดียว เป็นหญิงสาวสวยๆทั้งนั้น
“เบิร์ก!! นี่เจ้าพาพวกนางมาทำอะไรที่บ้านข้าเนี่ย!!!?”ฮอร์ดพูดเสียงดังด้วยความตกใจ
“ข้าไม่ได้ทำไรเลยนะ พวกนางตามข้ามาเอง”
“ละ..แล้วพวกนางตามเจ้ามาทำไมกันเบิร์ก!!!?”
“เธอเหล่านี้บอกว่าข้าจะนำพวกหล่อนมาเจอเจ้าได้ แต่ข้าไม่ได้บอกให้ตามมาเลยนะ ข้าสาบานได้”
“อีเลียด ฮอร์ด ทำไมไม่ออกมาเดินเล่นนอกบ้านบ้างเลยล่ะคะ ข้าน่ะเฝ้ารอเจ้าอยู่นะฮอร์ดรูปหล่อ”หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น แต่ก็มีอีกคนพยายามจะเดินขึ้นไปบนบ้านไปหาฮอร์ด ซึ่งเบิร์กก็ได้ยกตัวมาขวางทางบันไดเอาไว้
“พวกเธอนี่! เป็นสาวเป็นแส้ คิดจะขึ้นบ้านผู้ชายเชียวหรือ!!?”
“พ่อพันธุ์ดีขนาดนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องอยากได้ไปทั้งนั้นแหละ”หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
ฮอร์ดได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกุมขมับทันที
“เบิร์ก รีบวิ่งขึ้นมาเร็วเข้า ข้าจะปิดประตู”ฮอร์ดบอกให้เบิร์กอย่าสนใจพวกนาง ให้วิ่งขึ้นมาบนบ้าน ซึ่งเบิร์กก็ทำตาม ปล่อยให้พวกหล่อนยืนเคาะประตูบ้านกันอยู่อย่างนั้น จนอาธาร์ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเข้าจึงเดินออกมาจากในบ้านเพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีอะไรหรอลูก? เอะอะโวยวายอะไรกัน”อาธาร์พูดถามฮอร์ด
“พวกหญิงสาวน่ะครับ พวกนางจะขึ้นมาเอาฮอร์ดไปเป็นของพวกเธอให้ได้เลย”เบิร์กตอบแทน อาธาร์ได้ฟังดังนั้นจึงเดินไปเปิดประตูพอเห็นหน้าคุยกันได้
“นี่หนูๆจ้ะ มีอะไรกันหรอ??”อาธาร์กล่าวถามเหล่าหญิงสาวที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูตรงบันไดทางขึ้นบ้าน
“แม่ฮอร์ดสวัสดีค่ะ พวกหนูมาหาฮอร์ดเขาน่ะค่ะ พอจะให้เข้าไปได้ไหมคะ?”หญิงสาวที่อยู่หน้าสุดกล่าว
“นี่หนูๆทั้งหลายฟังแม่นะ เราเป็นผู้หญิง ควรประพฤติตนให้งาม ฮอร์ดเขาเป็นผู้ชาย พวกหนูๆจะขึ้นมาหาผู้ชายที่ยังไม่ได้เป็นคู่รักกันถึงบนเรือนไม่ได้ มันไม่สมควรอย่างยิ่ง รักนวลสงวนตัวนะลูก อย่าเอาคุณค่าของผู้หญิงมาใช้สิ้นเปลืองแบบนี้เลยนะหนูๆทั้งหลาย หยิ่งในศักดิ์ศรีของความเป็นสตรีไว้บ้างสิ อย่าให้อายชาวบ้านเขา”อาธาร์พูดอย่างนิ่มนวล พวกหล่อนสาวงามวัยแรกแย้มทั้งหลายเหล่านั้นได้ยินได้ฟังดังนี้ก็หน้าเสีย กล่าวขอโทษที่มารบกวน แล้วรีบพากันเดินออกจากบ้านไป อาธาร์นางยิ้มให้อย่างอ่อนโยนให้กับพวกหล่อน ก่อนจะหันมาหาฮอร์ดกับเบิร์กที่ยืนอยู่ในบ้าน
“ฮอร์ด! ลูกก็เหมือนกัน เราเป็นผู้ชายหัดมีอำนาจในตัวเองบ้างสิลูก เราต้องรู้จักปฏิเสธในเรื่องหลายๆเรื่อง และต้องรู้จักตัดสินใจในเรื่องอีกหลายๆเรื่องด้วยเช่นกันนะลูกแม่ ถ้าลูกยังไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธพวกหญิงสาวแค่นี้ วันข้างหน้าถ้าฮอร์ดมีลูกมีครอบครัว จะไปเป็นผู้นำและอบรมลูกๆของฮอร์ดให้อยู่ในโอวาทของตนได้ยังไงกันล่ะจ้ะ”อาธาร์เดินมาลูบแก้มฮอร์ดเบาๆแล้วกล่าว
“ข้าจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นครับท่านแม่”
อาธาร์นางยิ้มให้ แล้วบอกเบิร์กให้คอยดูฮอร์ดด้วย เพราะฮอร์ดเป็นเพื่อนกับเบิร์กมาตั้งแต่เด็กๆ จากนั้นนางจึงเดินเข้าไปในบ้าน ไปที่ห้องนอนของกาแลคและนางเองเพื่อไปดูแผลที่หัวให้กับสามีของตน เหตุด้วยถ้านางไม่มาดูแล กาแลคจะชอบแอบไปฝึกขวานอยู่ใต้ถุนบ้าน นางเกรงว่าเดี๋ยวแผลจะไม่หายจะพาลป่วยอีก จึงต้องรักษาให้หายดีก่อน ทางฮอร์ดกับเบิร์กเองก็ได้พากันมานั่งบนพื้นบ้านเพื่อคุยกันเกี่ยวกับเรื่องบางอย่าง…
Reply
#12
บทที่ ๑๐ การเดินทางที่เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก


“นี่เบิร์ก! เจ้าแบกอะไรมาเต็มไปหมดเลยเนี่ย มาบ้านข้าแค่นี้ ไม่ต้องเอามาเยอะขนาดนี้ก็ได้ ดาบเนี่ยเอามาทำไม จะมาฟันต้นไม้กลางทางรึไง?”ฮอร์ดเพิ่งสังเกตุเห็นเบิร์กแบกสัมภาระมาเต็มตัว จึงเกิดความสงสัย
“ฮอร์ด..เจ้าจำตอนเด็กๆได้ไหม??”
“มันก็ต้องจำได้สิ..ข้าก็มีสมองมีหัว ถามแปลกๆ!!”
“ตอนเด็กๆเจ้าอะ ชอบโดนเด็กผู้ชายในหมู่บ้านแกล้ง ใช่ไหม?”
“เออ..จะมารื้อฟื้นทำไมวะ มีไรก็พูดมา!!”ฮอร์ดกล่าวกับเบิร์กที่กำลังดูเหมือนมีอารมณ์สุนทรีย์อย่างดื่มด่ำ
“ข้าแค่คิดถึงเมื่อก่อนน่ะ..เจ้ามักจะไม่ค่อยมีเพื่อน จะไปตีสนิทคุยกับใครก็โดนแกล้งร้องไห้กลับมาฟ้องแม่อาธาร์ตลอดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า”เบิร์กพูดพลางหัวเราะเบาๆ
“หึ! นั้นน่ะมันเมื่อตอนข้ายังเด็ก ถ้าตอนนี้ล่ะก็ ข้าจะจับมันลงไปนอนคลุกฝุ่นให้หมดทุกคนเลย”ฮอร์ดยื่นมือทั้งสองข้างทำท่าเหมือนจะจับพลิกในอากาศ
“ข้าเชื่อว่าเจ้าทำแน่ ข้าคิดถึงเวลาเมื่อก่อนของเราสองคน ข้าเองก็โดนแกล้งไม่ต่างอะไรกับเจ้าในตอนนั้น จนลุงแบรพามาเดินเล่นแถวนี้ จึงได้รู้จักกับคุณบ้าอย่างเจ้านี่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า นี่ฮอร์ด! เมื่อก่อนเราสองคนไปไหนไปกันตั้งแต่ตัวเล็กๆจนเติบใหญ่เป็นวัยรุ่น แต่มาเวลานี้เจ้ากลับเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน ไม่ออกไปไขว่คว้าอนาคต ไม่ออกไปแสวงหาการผจญภัยเหมือนที่เราสองคนเคยทำมันมาด้วยกัน ข้าแบกสัมภาระ พกธนูพกดาบมาหาเจ้าในวันนี้ ก็เพื่อจะพาเจ้ากับข้า เราสองคน ไปสู่การผจญภัยในโลกกว้างด้วยกัน”เบิร์กกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูมีความหวังมาก
“อะไรของเจ้าวะเนี่ยเบิร์ก!? เมื่อวานเจ้ายังว่าข้าไปแส่หาเรื่องตายอยู่เลย ว่าแต่เขาเข้าตัวเองนี่หว่าแบบเนี้ย”
“เฮ้ยฮอร์ด! แต่ปลายทางมันคุ้มค่านะเว้ย”เบิร์กยังคงพูดเหมือนตั้งใจจะทำมันมากๆ
“แล้ว..จะไปไหนกันละ ป่าชาร์คหรอ!?”
“ไปให้เสือมันคาบไปกินรึไงเจ้าเซ่อเอ้ย!”
“ถ้างั้นจะไปไหน เจ้ามีที่ไปเยอะรึไงปัดโธ่?”
“เราจะไปชายแดนกาเรียอัสทางตะวันออกกัน!!!”เบิร์กกระซิบข้างหูซ้ายของฮอร์ด
“ไปชายแดน!! จะบ้าเหรอเบิร์ก ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆนะ มีม้ารึไง”ฮอร์ดมีท่าทีตะลึง
“ถ้ามีม้าข้าจะแบกสัมภาระเสื้อผ้ามามากมายเต็มกระเป๋าขนาดนี้หรอ..เราจะเดินเท้าไปกัน!”
“กว่าจะถึงคงเกือบได้อาทิตย์หนึ่งเลยมั้งเนี่ย แล้วข้าล่ะเบิร์ก พวกชาวบ้านได้ตามข้าไปแน่ๆ มันจะวุ่นวาย ไม่เอาด้วยหรอก”
“ก็ปลอมตัวสิ โง่อีกแล้วนะเจ้าเนี่ย พ่อแม่เจ้าก็ฉลาดนะ แต่เจ้านี่สิมันได้เชื้อซื่อบื้อมาจากใครวะ”เบิร์กเขกหัวฮอร์ดไปหนึ่งโป๊ก
“เออ!..บอกดีๆก็ได้จะเขกหาอะไรของเจ้าเนี่ยให้ตายสิ ข้าอยากรู้นัก ที่ชายแดนมันมีอะไรวิเศษนักหนาเจ้าถึงได้อยากไปมันนัก เดินมั่วทางเอาเดี๋ยวจะตกรังจระเข้อีก คราวนี้ได้เหลือแต่ศพแน่ ไม่สิ เศษเล็บมากกว่า”
“เจ้าไม่เคยได้ยินหรอฮอร์ด ว่าที่ชายแดนแผ่นดินมีมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาอยู่ ข้าน่ะอยากจะไปเห็นจริงๆว่ามันหน้าตาเป็นยังไง เขาว่ากันว่ามันสวยมาก สวยจนอยากปักหลักสร้างบ้านอยู่ที่นั่นเลยเชียวละ ข้าอยากให้เจ้าซึ่งเป็นคนสำคัญของข้า ไปยืนยันคำลือนี้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก”
“เขาว่ากันว่า แล้วใครว่าละ..ข้ายังไม่เคยได้ยินเลย ออกจากเขตหมู่บ้านไปก็ล้วนมีแต่อันตรายจากป่าทั้งนั้น อย่าไปเสี่ยงชีวิตกับเรื่องโกหกของคนแก่ที่เพ้อเจ้อเลยหน่า”
“ก็ข้าได้ยินลุงแบรไปคุยกับคนข้างบ้านน่ะสิ ข้าก็ยังสงสัยว่าลุงแบรไปเคยเห็นน้ำสีฟ้าใสอันกว้างใหญ่ที่เรียกว่าทะเลมหาสมุทรได้ยังไง แต่ข้าได้ยินลุงแกบอกว่ามันสวยมากๆเลยนี่แหละ แค่ลองนึกถึงมัน ใจของข้าก็ลุกเป็นไฟจนแทบจะเผาตัวของข้าเองแล้วเนี่ย”เบิร์กพูดด้วยความตื่นเต้น
“เพ้อจริงๆเลยนะเจ้าเนี่ย..ก็ได้ ในเมื่ออยากไป ข้าก็จะไป พอใจยัง?”ฮอร์ดตอบตกลงโดยไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่นัก
“ไชโย! ให้มันได้อย่างงี้สิ รีบไปขอพ่อแม่เจ้าแล้วเก็บสัมภาระเตรียมเดินทางกันเลย!!”
“เจ้าขอลุงแบรยังไงเขาถึงได้อนุญาตให้เจ้าไปได้?”
“ข้าก็บอกว่า จะออกไปเที่ยวเล่นในหมู่บ้านแถบตะวันออกที่เป็นหมู่บ้านใหญ่กว่าหมู่บ้านเราในแถบตะวันตกนี้ ข้าบอกขอเที่ยวสัก ๕ วัน แล้วก็ออกมาเลย ฮ่าฮ่าฮ่า”เบิร์กตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“เจ้าจะพูดหมู่บ้านตะวันออกตกนู่นนี่นั่นให้มันงงทำไม..แล้วนี่เรียกว่าขออนุญาตแล้วเรอะ เฮ้ออ! รอนี่นะ ข้าขอเข้าไปหาพ่อกับแม่ก่อน”
“จัดไปเลย!”
เบิร์กนั่งรอระหว่างฮอร์ดกำลังเดินเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของกาแลคกับอาธาร์พ่อแม่ของเขา ฮอร์ดเดินเข้ามาเห็นแม่กำลังร้องเพลงให้พ่อฟัง เป็นสำเนียงชวนหลงไหล ให้กาแลคที่นอนรักษาแผลอยู่ได้ฟังเพลินๆ

เธอคนรักรู้หรือไม่ดวงใจนี้
ทั้งชีวีทุ่มเทให้หมดแรงกาย
เพียงวันแรกของสองเรามิลืมหาย
มิเสื่อมคลายจางเบาไปตามเวลา
สายพิรุณหยาดหล่นมาจากเบื้องฟ้า
ด้วยโฉมหน้าเงยรอรับสายธารา
ชุ่มหัวใจอันเบิกบานดวงนี้หนา
โอ๋ใจยารู้ใช่ไหมข้ารักเจ้า
ดั่งเมฆาสีขาวนวลเหนือยอดเขา
เปรียบใจเจ้าบริสุทธิ์มิเคยเก่า
เป็นสองกายผู้ครองใจให้สองเรา
สู้ไต่เต้าประคองรักนิรันดร์กาล


“ท่านแม่ ท่านพ่อ”ฮอร์ดกล่าวขึ้นมาจากทางข้างหลัง
“เอ้า! ฮอร์ด..ว่าไงลูก..”อาธาร์หันหน้ามาหาฮอร์ดที่กำลังเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอ
“เอ่อ..เบิร์กมันมาชวนข้า ไป..ไป.เอ่ออ”
“ไปไหนหรอลูก?”กาแลคถามขณะนอนอยู่บนที่นอน
“คือ..เบิร์กกับข้าจะออกไปชายแดนกันน่ะครับ”
“อะไรนะลูก!! จะไปได้ยังไงละ..มันไกลมากนะ”อาธาร์นางรีบโต้แย้ง
“ท่านแม่..เขาว่ากันว่าที่ชายแดนน่ะมีสิ่งที่สวยงามมากๆรออยู่ มันต้องคุ้มค่ากับการเดินทางแน่ๆ”
“แม่ไม่อนุญาตให้ไป แค่ลูกโดดน้ำลงในบ่อจระเข้หัวใจแม่ก็จะวายตายอยู่แล้ว แล้วนี่ลูกยังจะออกไปทำอะไรเสี่ยงๆอีก แม่จะไม่ยอม แม่มีลูกแค่คนเดียวนะฮอร์ด”
“แต่ว่า..ข้าอยู่บ้านเฉยๆข้าก็ไม่ได้ทำอะไรนะท่านแม่”
“แม่ก็ว่าอยู่เห็นเจ้าเบิร์กมันแบกสัมภาระอะไรมาก็ไม่รู้รุงรังไปหมด..ที่แท้มาชวนลูกไปเที่ยวเล่นนี่เอง..ฮอร์ดฟังแม่!! แม่ไม่อนุญาต ลูกไม่มีไรทำที่บ้านใช่มั้ย เดี๋ยวแม่หางานให้ทำเอง!”
“อย่าไปเลยฮอร์ด..กว่าจะไปถึงแนวชายแดนแผ่นดินมันไกลมาก แล้วอีกอย่างพ่อก็ไม่เคยออกนอกเขตหมู่บ้านไปแถวๆนั้นด้วย เราไม่รู้ว่าจะมีอันตรายใดๆหรือเปล่า”กาแลคเองก็ไม่เห็นด้วยกับฮอร์ดเหมือนกัน
“ท่านพ่อ..อะไรกัน..นี่ข้าเป็นถึงผู้สังหารจระเข้ได้เลยนะ ทำไมพวกท่านถึงได้กลัวข้าตายกันนัก..ท่านพ่อ ท่านแม่..ข้ากำลังออกไปแสวงหาอนาคตของข้านะ เหตุใดจึงต้องห้ามข้าด้วย”ฮอร์ดรั้นจะไปให้ได้
“ฮอร์ดมีความสามารถพ่อรู้..แต่ลูกยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่ หากลูกเป็นอะไรไป พ่อกับแม่จะอยู่ยังไง คิดบ้างสิลูก คิดถึงหัวอกพ่อกับแม่บ้าง”กาแลคค่อยๆลุกนั่งบนที่นอน
“แต่ท่านพ่อ..”ฮอร์ดกำลังเอ่ยพูด อาธาร์แม่ของเขาก็ได้เอาฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของฮอร์ดอย่างจัง
“แม่กับพ่อพูดขนาดนี้แล้ว ยังจะไปให้ได้อยู่อีกหรอ!!”อาธาร์นางไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
“อาธาร์เธอ..”กาแลคหันมาหาอาธาร์ที่เพิ่งตบฮอร์ดไป ฮอร์ดนั่งเงียบนิ่งสลดสีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเศร้าและเสียใจ ฮอร์ดลุกเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจอะไรเลย
“เอ้า..ฮอร์ด..เป็นไงบ้างวะ!?”เบิร์กถามขึ้นขณะฮอร์ดเดินออกมาจากห้อง
“ไม่ต้องพูด..เร็ว..รีบไป!!”ฮอร์ดพูดแล้วรีบวิ่งลงบันไดบ้านไป
“เฮ้ย! ดูท่าการเจรจาขอไปเที่ยวคงจะไม่ค่อยสวยสิเนี่ย”เบิร์กพึมพำจากนั้นจึงแบกสัมภาระตามฮอร์ดลงไป ซึ่งแน่นอนแม่ของเขาอาธาร์เดินออกมาจากห้อง เห็นฮอร์ดกับเบิร์กกำลังรีบวิ่งออกไป นางจึงรีบวิ่งลงบันไดเพื่อไปตามฮอร์ดกลับมา แต่กาแลคได้ตะโกนหยุดอาธาร์เอาไว้
“เรียกข้าทำไมกาแลค ลูกฮอร์ดเรากำลังจะออกไปสู่โลกภายนอกนะ ข้าต้องรีบไปตามลูกกลับมา!!”อาธาร์รีบวิ่งลงบันไดไปข้างล่าง กาแลคจึงต้องวิ่งตามไปกอดรัดอาธาร์เอาไว้
“อย่าที่รัก!! เจ้าห้ามลูกไม่ได้แล้วละ”
“ปล่อยข้านะ..ข้าจะไปตามลูกกลับบ้าน ถ้าฮอร์ดเป็นอะไรไป แล้วข้าจะอยู่ยังไง!!”อาธาร์พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของกาแลค น้ำใสๆก็ค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาของนาง
“เจ้าทำพลาดตั้งแต่ไปตบหน้าลูกแล้วอาธาร์!!!”
“ที่ข้าตบหน้าลูก..เพราะที่จะให้ลูกรู้ว่าข้าไม่เห็นด้วย”
“เจ้าก็รู้ว่าฮอร์ดเป็นคนกล้าบ้าบิ่น..ถ้าเจ้าบอกเขาดีๆเขาก็ไม่ไปหรอก แต่ที่รัก..เธอดันไปตบหน้าลูก..นั่นยิ่งไปจุดไฟในตัวลูกขึ้นมา ฮอร์ดคงอยากพิสูจน์ว่าเขาทำได้จริงๆ และต่อให้เจ้าตามลูกทัน คิดหรอว่าลูกจะยอมกลับมากับเจ้าด้วย”กาแลคกล่าวเสียงดังเพื่อให้อาธาร์มีสติ
“แล้วข้าต้องทำยังไงกาแลค..ข้ารักลูก..ข้าไม่อยากเสียลูกไป..”อาธาร์ร้องไห้พราก
“เดี๋ยวข้าจะหาทางเอง อย่าร้องเลยนะ”กาแลคโอบกอดอาธาร์แนบแน่นไว้ที่อก เสียงสะอึกสะอื้นของหัวใจผู้เป็นแม่ ที่มีแต่ความรักอันบริสุทธิ์และความหวังดีให้แก่ลูก แต่ด้วยความหนุ่มของฮอร์ด เขาตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป เขาไม่สนชุดหนังจระเข้นั่นแล้ว ปล่อยให้ข้างท้ายของเขานั้นเป็นภาพพ่อกับแม่ที่กำลังกอดกันด้วยความโศกเศร้ากับการตัดสินใจของลูกชายเลือดร้อนของตน…
Reply
#13
;3

ยะยาวววว แพนด้าจ๊าก
May the flames guide your way. Every ending will make you stronger.

Reply
#14
บทที่ ๑๑ บันไดขั้นแรกแห่งโชคชะตา


“ฮอร์ด! หยุดพักก่อน เหนื่อย..ไม่ไหวแล้ว”เบิร์กพูดขณะวิ่งออกจากบ้านของฮอร์ดมาได้ไกลพอสมควร แถมไกลจากบ้านของเบิร์กด้วย
“นี่ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย??”ฮอร์ดพูดกับตัวเอง พร้อมกับยกมือขวาชกเข้าที่ใบหน้าของเขาเองอย่างเต็มแรง
“เฮ้ยๆๆ ต่อยตัวเองทำไม!!?”เบิร์กถามด้วยความอยากรู้
“พ่อกับแม่ต้องเสียใจกับการกระทำของข้าเมื่อกี้นี้แน่ๆ บ้าที่สุด!!”
“กลับกันมั้ยล่ะ!! ถ้าเจ้าไม่สบายใจ ก็กลับกันเถอะ ข้าไม่อยากเป็นคนก่อเรื่อง”
“ไม่!! ถ้ากลับไป ก็นับว่าข้าเป็นคนจิตใจไม่มั่นคง ในเมื่อข้าตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปที่ชายแดนแผ่นดินแล้ว ข้าก็จะต้องทำให้สำเร็จ ข้าจะไม่กลับบ้านจนกว่าข้าจะได้เห็นชายแดนนั่น ข้าออกจากบ้านมาอย่างองอาจ จะให้กลับไปแบบหมาหงอยได้ยังไง ข้าจะต้องกลับไปอย่างองอาจเหมือนตอนออกมาด้วยความบุ่มบ่ามเมื่อกี้ ให้พ่อแม่ข้าได้เห็น”ฮอร์ดยืดอกขึ้น
“คิดอย่างนั้นมันก็ดี..ถ้ากลับไปคราวนี้พวกสาวๆคงดักรอแน่ๆ เมื่อกี้นี่วิ่งฝุ่นฟุ้งจนมองอะไรไม่เห็นกันเลยทีเดียว แต่ข้าก็ยังได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกเจ้านะฮอร์ด ให้ตายเถอะ อะไรมันจะขนาดนั้น!!”เบิร์กพูดขณะกำลังหอบเหนื่อยอยู่
“ข้างหน้าจะเป็นเขตหมู่บ้านใหญ่ ไปที่บ้านของปู่ข้าเถอะ หาไรกินกันก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อ”ฮอร์ดพูด
“ไหนเจ้าบอกว่า ปู่ย่าตายายเจ้าเสียหมดแล้วไง”
“ปากเสียคุณบ้านี่!!! ข้ายังเหลือปู่อยู่ ไป!!รีบตามมา”ฮอร์ดเดินก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อเข้าสู่เขตหมู่บ้านใหญ่ทางทิศตะวันออก

….ในเขตหมู่บ้านใหญ่นั้นจะเต็มไปด้วยบ้านเรือนมากมาย ที่นี่ดูมีชีวิตชีวามากกว่าเขตหมู่บ้านทางทิศตะวันตกที่อยู่ติดกับชายป่าชาร์คเสียอีก ถนนหนทางสะอาดสะอ้าน ไม่ดูเละเทะเหมือนหมู่บ้านเล็ก ที่นี่เป็นอาณาเขตที่เจริญเป็นอย่างดีที่สุดที่หนึ่งเลยทีเดียว ผู้คนในหมู่บ้านใหญ่นี้ก็มีนิสัยรักสงบเหมือนเขตหมู่บ้านเล็กๆนั้นเช่นกัน ตามถนนหนทางที่เดินผ่านจะมีผู้คนมาตั้งโต๊ะขายของ มีบ้านสร้างติดกัน ไม่เว้นระยะตกหนักงมากเกินไปเหมือนหมู่บ้านเล็ก และก็ไม่ติดกันจนเป็นเสมือนบ้านหลังเดียวกันด้วย...

“ฮอร์ดๆ ทำไมเจ้าดูเกร็งๆวะ”เบิร์กถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นฮอร์ดเดินแข็งทื่อเสียเหลือเกิน
“เบิร์ก..เจ้าว่าคนที่นี่จะรู้จักข้ามั้ย??”
“รู้จักสิ..ถามโง่ๆ!! ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ไม่ต้องห่วงไป พวกเขารู้จักอีเลียด ฮอร์ด แต่พวกเขาไม่เคยเห็นอีลียด ฮอร์ด สบายใจได้”
“ถ้าเป็นยังงั้นมันก็ดี หลังจากนี้ไปนะเบิร์ก ให้เรียกข้าว่า ฮัมริน อย่าเรียกฮอร์ดเด็ดขาดเข้าใจไหม!!?”
“เออหน่า..ไม่ต้องห่วง”
พวกเขาทั้งสองเดินทางมาเรื่อยๆ เป้าหมายคือบ้านปู่ของฮอร์ด เบิร์กดูท่าจะตื่นเต้นกับที่นี่เอาเสียมากๆ เวลาเจอคนขี่ม้ามาตามทาง เบิร์กก็จะเอามือไปดึงหางม้าเล่น จนคนขี่ต้องหันมาตวาดใส่ ต้นไม้ริมทางก็ออกดอกออกผล บุรุษทั้งสองก็เด็ดเอามากินลองท้องไปตามทางระหว่างเดินเท้า และมาในทางฝั่งกาแลคพ่อของฮอร์ด เขาได้เดินไปที่บ้านของอัสคัส เพื่อจะคุยปรึกษาเรื่องของลูกชาย อัสคัสซึ่งกำลังยืนแหวกว่ายท่วงท่าลีลาศิลปะการต่อสู้กับอากาศอยู่ เห็นกาแลคมาที่บ้านของตนก็เอ๊ะใจ ซึ่งอัสคัสคิดไปเองว่าฮอร์ดคงยอมฝึกวิชาการต่อสู้แล้ว จึงชวนกาแลคมานั่งในบ้านแล้วตักน้ำฝนเย็นๆสดชื่นๆมาให้ดื่ม
“ฮอร์ดลูกเจ้า! เปิดใจที่จะร่ำเรียนวิชาการต่อสู้แล้วใช่มั้ยสหาย!?”อัสคัสไม่อ้อมค้อมเปิดประเด็นทันที
“เรื่องมันแย่กว่านั้นเยอะอัสคัส”กาแลคพูดพลางถอนหายใจ
“มีเรื่องอะไรยังงั้นเหรอ!?”
“ฮอร์ดลูกข้าน่ะสิ..บอกว่าจะออกไปชายแดนแผ่นดิน ไปดูคุณที่ที่คนเพ้อเจ้อชอบเรียกกันว่าทะเลมหาสมุทรอะไรนั่นน่ะ ตอนนี้ข้ากับอาธาร์กลุ้มใจนัก”
“บางทีมันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันก็ได้นะ”อัสคัสกล่าวขึ้น
“นี่เจ้าก็เชื่อเรื่องหลอกเด็กพวกนี้ด้วยงั้นหรืออัสคัสผู้เก่งกล้า”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น! ถ้าเจ้าไม่อยากให้ฮอร์ดไปเจ้าก็ห้ามเขาซะสิ”
“สายไป..ฮอร์ดลูกข้าไปซะแล้วละ..”
“เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้นี่..ชอบทำเรื่องให้ข้าทึ่งอยู่เรื่อยเลย แล้วฮอร์ดลูกเจ้าไปคนเดียวหรอ หรือไปกับใคร?”
“ไปกับเบิร์ก คู่หูของเขานั่นแหละ”
“เบิร์กหรอ?”อัสคัสทำหน้าเหมือนมีลับลมคมใน
“มีอะไรหรอ..ทำหน้าแบบนั้น!?”
“ไม่มีอะไรหรอก..ข้าก็แค่กำลังคิดไว้อยู่ว่า จะฝึกวิชาต่อสู้ให้กับเบิร์กด้วยอีกคนเท่านั้นเอง สรุปลูกศิษย์ข้าออกไปไขว่คว้าความฝันสองคนเลยหรอ ข้าก็รอไปเถอะ สงสัยคงต้องรอกันอีกยาวเลยงานนี้”อัสคัสพูดแก้ตัวเพื่อให้กาแลคหายสงสัย
“ถ้าเจ้าอยากถ่ายทอดวิชาไวๆล่ะก็ จงช่วยข้าไปตามลูกกลับมาให้ได้ ด้วยวิธีที่ดีที่สุดที่เจ้าคิดว่าน่าจะได้ผล”กาแลคเริ่มประเด็นที่ต้องการจะพูดจริงๆ
“การไปตามพวกเขากลับมาในขณะที่หัวใจมันกำลังถูกเปลวเพลิงแห่งความหวังมอดไหม้ให้เกิดพลังอยู่ ยังไงก็ตามกลับมาไม่ได้หรอก”
“ถ้าอย่างนั้น!! วิธีไหนจะดีที่สุดละอัสคัส!!?”
“ถ้าถามข้าว่าวิธีไหนดีที่สุดล่ะก็ ข้าจะตอบว่า..ปล่อยพวกเขาไป”
“ทำอย่างงั้นไม่ได้..ข้ามีลูกคนเดียวนะอัสคัส!”
“ข้าก็มีลูกสาวคนเดียวเหมือนกัน!!”อัสคัสรีบตอบทันที
“ฮันนาร์ มีวิชาป้องกันตัวอันสุดยอดจากเจ้า แต่ฮอร์ดมีความบ้าบิ่นมุทะลุนะ”
“ลูกเจ้าเป็นผู้ชายนะกาแลคมิใช่ผู้หญิง! หากเจ้าคิดว่าลูกเจ้าอ่อนแอเขาก็จะอ่อนแอ จงเชื่อมั่นในตัวฮอร์ดลูกเจ้า เขามีดีกว่าที่เจ้ารู้ ข้ามองเขาชั่วครู่เดียวก็รู้แล้ว อนาคตเขาอาจไปได้ไกลถ้าเราให้โอกาสเขาพิสูจน์ตนเอง อาจจะไม่ใช่ให้เรารู้ แต่ให้ผู้คนทั้งหลายข้างนอกนั้นได้รู้ว่าเขาไม่ธรรมดา ถ้ายังไม่สบายใจก็ให้คิดว่าโชคชะตานำพาเขาไป คิดอย่างนี้แล้วจะดีขึ้นนะ”
“เฮ้ออ…ขอบใจนะอัสคัส แต่มันก็ยังหยุดความกังวลในใจข้าไม่ได้อยู่ดี”
“ข้ารู้..ข้าก็เคยเป็นเช่นเจ้ากาแลค อย่าตีตัวไปก่อนไข้เลย”อัสคัสกล่าว
Reply
#15
บทที่ ๑๒ เบิร์กอาการสาหัส


...ฮอร์ดและเบิร์กได้เดินเข้ามาที่ร้านเหล้าในเขตหมู่บ้านใหญ่ ด้วยท่าทีอันร้อนรนอะไรสักอย่างหนึ่ง
“โธ่เอ้ยย! คุณเราก็นึกว่าจะรู้ทางไปบ้านปู่ สุดท้ายก็ต้องมาถามทางคนอื่นเขาซะได้!!”เบิร์กกล่าวด้วยสีหน้ากระแนะกระแหน
“ข้าเพิ่งจะเคยมานี่หว่า อย่าบ่นเลยหน่า คิดซะว่ามานั่งพักดื่มน้ำดับกระหายกลางทางละกัน”ฮอร์ดพูดแก้เขิลให้ตัวเอง
“ดื่มนงดื่มน้ำ..มานั่งดื่มน้ำดับกระหาย..มานั่งดื่มน้ำ..ฮึฮึ..คิดไปได้นะ..เหรียญยิ่งไม่ค่อยจะมีอยู่ ไม่ใช่ว่าเดินเลยบ้านปู่เจ้ามาไกลแล้วนะ”เบิร์กทำท่าเยาะเย้ยบ่นใส่ฮอร์ด
“ไปสั่งน้ำมาตรงนู้นเห็นไหม จากนั้นมานั่งแล้วหุบปากซะ..”ฮอร์ดว่า แล้วเดินนำไปหาโต๊ะนั่ง แล้วให้เบิร์กสั่งน้ำที่หน้าโต๊ะเมนูซึ่งมีคนคอยรินน้ำให้จากถัง
“ลุง! ที่นี่น้ำอะไรอร่อยที่สุด?”เบิร์กเอ่ยถามคนขาย
“ข้ายืนยันให้เจ้าไม่ได้หรอกว่าน้ำอะไรอร่อยที่สุด แต่ข้าจะแนะนำวิธีการดื่มน้ำให้อร่อยที่สุด จะลองดูมั้ยล่ะ คุณหนู!?”ลุงคนขายว่า
“แน่นอน! มัวรออะไรละ!”เบิร์กรู้สึกสนใจ
“ก็ทำให้คอมันแห้งสิเอ้อ ถ้าคนมันกระหายน้ำมากๆ ไม่ว่าจะดื่มอะไรมันจะอร่อยสดชื่นหมดแหละ ง่ายไหมล่ะ?”ลุงคนขายหัวเราะ
“โธ่เอ้ยย! คุณเราก็นึกว่าจะมีส่วนผสมสูตรพิเศษที่มีไว้สำหรับปรุงรสชาติน้ำซะอีก”
“เฮ้ยย! เจ้าจะยืนคุยอีกนานมั้ย!!? ไม่เห็นรึไงว่ามีคนมารอคิวน่ะ!!”ชายร่างใหญ่ตัวอ้วนที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างหลังเบิร์กพูดขึ้น
“เอ้า! ข้าก็มาซื้อน้ำดื่มเหมือนกันนะ ก็อยากรู้ว่ามีน้ำอะไรบ้าง รอหน่อยไม่ได้รึไง!!?”เบิร์กหันหน้าไปตอบ
“เจ้าหนู! บังอาจมาทำอวดดีใส่ข้าเรอะ!!”ชายอ้วนคนนั้นเริ่มโมโห
“เอ่ออ..นี่เจ้าหนุ่ม เดี๋ยวลุงรินเหล้าให้ แล้วก็รีบไปนั่งซะนะ”ลุงคนขายสะกิดเบิร์ก
“อย่ารีบร้อนครับลุง!”เบิร์กหันไปยิ้ม
“เอ่ออ..!!?”
ลุงคนขายทำหน้าเหมือนว่าความชิปหายกำลังจะมาเยือน
“นี่พี่ชาย! ถึงพี่จะโตกว่าข้า แต่พี่ก็ไม่สมควรมาเร่งรีบคนที่ซึ่งกำลังซื้อน้ำอยู่นะ พี่เป็นพ่อข้าหรือ ถึงได้มาสั่ง!!!”เบิร์กพูดท้าทายกับชายร่างอ้วน
“คุณเด็กเวรนี่!!!”ชายอ้วนโทสะแตกเหวี่ยงหมัดขวาใส่เบิร์ก แต่เบิร์กก้มหลบทัน ผู้เคราะห์ร้ายจึงตกเป็นแก่ลุงเจ้าของร้าน ที่โดนหมัดเหวี่ยงขวาเข้าไปที่แก้มซ้ายเต็มๆ จนถึงกับหน้าสั่นกันเลยทีเดียวเชียว ฮอร์ดที่กำลังนั่งชมนกชมไม้อยู่ก็เห็นมีเรื่องเอะอะตรงบริเวณจุดซื้อรินน้ำดื่ม แล้วเห็นเบิร์กกำลังกระโดดขึ้นโต๊ะข้ามลงมาอยู่ทางข้างหลังของชายร่างใหญ่ตัวอ้วนๆ หนวดเครารุงรัง ฮอร์ดเห็นท่าไม่ดีจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเบิร์ก
“มีอะไรกันเหรอครับ!?”ฮอร์ดได้ยืนข้างๆเบิร์กแล้วกล่าวถามชายร่างอ้วนคนนั้นอย่างสุภาพ
“ก็คุณเวรนี่น่ะสิ! มันท้าทายข้า ดีเลย! เจ้าคงเป็นเพื่อนมันใช่มั้ยคุณหนู ข้าจะได้จัดการทีเดียวสองคนเลย!!!”ชายอ้วนพูดด้วยความโมโหอย่างมาก
“เดี๋ยวนะ! แล้วข้าไปทำอะไรให้เจ้า?”ฮอร์ดเอ่ยถาม แต่ยังไม่ทันไร ชายร่างอ้วนคนนั้นก็วิ่งเข้ามาใส่จนเบิร์กกับฮอร์ดต้องพลิกตัวหลบ
“แพ้เด็กแล้วอย่ามางอแงนะ สองต่อหนึ่งเชียวนะพี่!!”เบิร์กว่า
“อวดดีเหลือเกินนะ คุณเด็กน้อย เฮ้ยพวกเรา!!!”ชายร่างอ้วนตะโกนเสียงดัง ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ในร้านจำนวนหลายสิบคนได้ลุกยืนขึ้น ทำหน้าตาน่ากลัวจ้องเขม็งมาทางฮอร์ดกับเบิร์ก ชายฉกรรจ์พวกนี้เดินไปล้อมฮอร์ดกับเบิร์กที่ยืนอยู่ใกล้ๆจุดสั่งน้ำที่ลุงคนขายกำลังทำหน้าเหวออยู่ ทางออกตรงประตูก็โดนยืนปิดบังเอาไว้ไม่สามารถออกได้
“เอ่ออ..นี่วันรวมญาติหรอ!!?”เบิร์กพูดเสียงเบาๆ
“บรรลัยแล้วไง!!”ฮอร์ดว่า 
จากนั้นพวกชายฉกรรจ์ทั้งหลายในร้านก็ได้วิ่งเข้ามาหาฮอร์ดกับเบิร์ก คนแรกถีบเข้ามา ฮอร์ดมีไหวพริบจับเก้าอี้ไม้ข้างๆยกขึ้นมาฟาดหน้าแข้งจนเก้าอี้แตกกระจายลงไปนอนชักอยู่ที่พื้น อีกคนกระโดดเข่าลอยมาใส่เบิร์ก เบิร์กพลิกหลบ แล้วศอกแทงไปที่หัวด้านหลังของชายคนนั้น ชายอีกสองคนก็วิ่งเข้ามาถีบเบิร์กต่ออีก จนหน้าไถลลงไปกับพื้น อีกสี่คนก็วิ่งเข้ามาหวังจะกระทืบให้จมดิน ฮอร์ดที่กำลังยุ่งอยู่กับอีกด้านหนึ่งซึ่งกำลังโดนพวกนั้นล้อมต่อยอยู่ เห็นเบิร์กกำลังเสียท่า จึงบันดาลโทสะ เตะหวดอย่างไม่ยั้ง ใครอยู่ข้างหน้าก็โดนก่อน จนอีกคนต้องขึ้นไปยืนบนโต๊ะกระโดดลงมาทับตัวฮอร์ดให้ล้มลงไปนอนกับพื้น ตอนนี้เบิร์กกับฮอร์ดกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ลุงเจ้าของร้านก็กำลังอ้าปากค้าง เบิร์กพยายามลุกก็ถูกเตะใส่หน้า จนแทบจะสลบ มึนไปหมด จนถูกรุมกระทืบอยู่ที่พื้นอย่างนั้น ฮอร์ดกำลังดิ้นให้หลุดจากคนที่มานอนทับตนเพื่อที่จะช่วยเบิร์ก ฮอร์ดคว้าหยิบแก้วไม้ที่เอาไว้ใส่น้ำข้างๆได้ แล้วเขกไปที่กระดูกตาอย่างแรง จนมันต้องปล่อยมือ ฮอร์ดเอาเท้าถีบหน้ามันหงายหลัง คุณพวกที่ยืนอยู่ก็จะเข้ามาถีบยันฮอร์ดให้นอนลงไปอีก ฮอร์ดหลบ หลบจนฮอร์ดเวียนหัวเพราะมันหลายเท้าหลายคนเหลือเกิน เบิร์กกำลังแย่เขาได้แต่นอนปิดหน้าปิดตากันไว้เท่านั้น ฮอร์ดพลิกหลบจนลุกขึ้นมาตั้งหลักได้ ด้วยความที่เขารู้ตัวว่ากระดูกมันคนละเบอร์กัน ฮอร์ดจึงเน้นแต่หยิบเก้าอี้ฟาดอย่างเดียว เขาฟาดอย่างบ้าคลั่ง เศษไม้แข็งๆที่แตกกระเด็นออกมา ฮอร์ดก็หยิบขึ้นมาฟาดหวดใส่ไม่ยั้ง หัวแตก แข้งแตก เลือดออกไปตามๆกัน ฮอร์ดทำอย่างนั้นจนเข้ามาใกล้เบิร์กได้ คราวนี้ฮอร์ดหยิบเอาเก้าอี้ข้างๆยกขึ้นมาฟาดหัวของคนที่กำลังกระทืบเบิร์กอยู่ แล้วหยิบแท่งไม้แข็งๆที่วางลงเมื่อกี้ก่อนจะหยิบเก้าอี้ฟาด หวดคนที่ยืนล้อมกระทืบเบิร์กอยู่ต่อๆกัน หวดไปถีบไป ใครชกหมัดมาก็เอาแท่งไม้แข็งนี่แหละฟาดแขนไป ใครยื่นเท้าถีบมาก็หวดลงไปตรงหน้าแข้ง จนเดี้ยงไปตามๆกัน พวกหนุ่มใหญ่พวกนั้นเริ่มลังเลว่าใครจะเข้าไปต่อ จนในที่สุดชายร่างอ้วนก็เดินแหวกเข้ามาท่ามกลางฝูงของตน มายืนประจันหน้ากับฮอร์ดที่กำลังถือไม้ตั้งท่าอยู่ใกล้ๆเบิร์กที่กำลังนอนซมซาน
“เก่งนี่เจ้าน่ะ!”ชายร่างอ้วนพูดขึ้น
“พวกแกมันสันดานสุนัข คุณพวกขี้ขลาด..พวกแกคงกลัวเด็กล่ะสิ ถึงได้ไม่กล้าสู้ตัวต่อตัวน่ะ!!”ฮอร์ดพูดด้วยอารมณ์โทสะที่ขึ้นอย่างรุนแรง
“ก่อนที่ข้าจะจัดการเจ้าต่อ เจ้าชื่ออะไรคุณเด็กอวดดี!!”ชายร่างอ้วนกล่าวแล้วชี้หน้าฮอร์ด
“ชื่อของข้าคือฮัมริน!!! ที่สำคัญตอนนี้ข้าขอท้าเจ้ามาสู้ตัวต่อตัวกับข้า ไม่มีคนอื่นมาเกี่ยว ถ้าข้าชนะ เจ้าจะต้องมาสยบขอโทษแทบเท้าข้า เพราะบังอาจมาทำเพื่อนของข้า!!!”ฮอร์ดโมโหแรงมาก
“หึ่ย!! คุณเด็กอวดดี จะทนได้อีกสักกี่น้ำกันเชียว!!”ชายร่างอ้วนพูดเสียงดังน้ำลายกระเด็น แล้ววิ่งพุ่งเข้ามาจะชนฮอร์ดให้ล้ม ด้วยความที่มันตัวใหญ่กว่าฮอร์ด ฮอร์ดทิ้งไม้แข็งนั่นจากมือของเขา แล้วแทงศอกเข้าไปที่กระบังลมใต้หน้าอกเหนือสะดือ ชายร่างอ้วนหยุดชะงัก เอามือกุมท้อง น้ำลายไหลออกจากปาก ร้องโอดโอยออกมาด้วยความจุก ในระหว่างที่มันกำลังก้มหัวกอดท้องอยู่นั้นฮอร์ดเอาเข่าแทงงัดหน้ามันขึ้นมาจนฟันมันโยก แล้วยกขาขวาเตะฟาดไปที่หน้าจนฟันหักกระเด็นออกมา เสียงกระดูกคอดังกร๊อบแกร๊บ ชายร่างอ้วนลงไปนอนขนานกับพื้น และด้วยความโมโหของฮอร์ดเขาได้ลงไปนั่งคร่อมชายร่างอ้วนคนนั้น แล้วรัวหมัดใส่ใบหน้าเป็นชุด หลายสิบหมัด ฮอร์ดต่อยไปส่งเสียงตะโกนไป ด้วยความโมโหที่เบิร์กเพื่อนรักของเขาโดนกระทืบอย่างสาหัส พวกชายหนุ่มที่ยืนดูล้อมอยู่ ก็พากันขนลุก ฮอร์ดดูบ้าคลั่งอย่างมาก
“ปีศาจ! เด็กคนนี้ไม่ใช่คนแล้ว”พวกมันคนหนึ่งพูดขณะดูฮอร์ดรัวหมัดชกชายร่างอ้วนอย่างไม่หยุดหย่อน
“พอเถอะฮะ..ฮัมริน…”เบิร์กที่นอนอยู่ข้างหลังค่อยๆพูดขึ้นโดยเรียกชื่อแฝงของฮอร์ด เมื่อฮอร์ดได้ยินเสียงเพื่อนรักเรียกจึงหยุด ฮอร์ดมีอาการหอบ เสียงหายใจของเขาแรงออกมาจากจมูก ชายร่างอ้วนคนนั้นนอนสลบแน่นิ่งไม่ไหวติง สภาพหน้าตายับเยิน แทบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หน้าบูดบวมเบี้ยวเขียวช้ำฟันหรอ หมดสภาพเลย ฮอร์ดค่อยๆลุกยืนขึ้นจากที่นั่งคร่อมตัวชายอ้วนคนนั้น เขากวาดสายตามองพวกที่ยืนล้อมอยู่รอบๆ
“เมื่อกี้ใครกระทืบเพื่อนข้า จงก้าวออกมาหนึ่งก้าว ส่วนพวกที่เหลือไสหัวไป!!!”ฮอร์ดตวาดใส่เสียงดัง ไม่มีใครกล้าก้าวออกมาสักคนเดียว มีแต่คนต่างพาวิ่งหนีกันออกไป 
“ขี้ขลาดจริงๆคุณพวกสุนัข!!!”ฮอร์ดพูดจาดูถูกสมเพชพวกมันด้วยสายตาดุดันเกี้ยวกราด…
Reply
#16
บทที่ ๑๓ พักฟื้น


“เจ้าหนู! เป็นอะไรรึเปล่า”ลุงเจ้าของร้านเดินออกมาดูเบิร์กที่กำลังนอนแย่อยู่
“เพื่อนข้าเป็นยังไงบ้างครับลุง!?”ฮอร์ดลงไปนั่งย่อเข่าตรงที่เบิร์กนอนข้างๆลุงเจ้าของร้านแล้วถาม
“ใบหน้ายังคงสภาพดีไม่เสียโฉม แต่ดูท่าทางจะช้ำในนะ โดนเตะอัดลำตัวขนาดนั้น มา!! เดี๋ยวลุงจะหาน้ำสมุนไพรให้ดื่มแก้ฟกช้ำ”ลุงเจ้าของร้านกล่าวแล้วบอกฮอร์ดให้ช่วยพยุงตัวเบิร์กขึ้นมาเข้าไปในบ้าน ไปนอนรอข้างใน จากนั้นลุงเจ้าของร้านก็เดินออกไปข้างนอก เบิร์กมีอาการสลึมสลือ ฮอร์ดนั่งลงตรงปลายเท้าของเบิร์ก เขากุมขมับ เขาเป็นห่วงเบิร์กมากๆ
“เรามันไม่ได้เรื่อง! เรามันกระจอกสิ้นดี”เขานั่งโทษตัวเอง…และลุงคนนั้นก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมเสียงบ่นเช่นกันพร้อมถือถ้วยมาใบหนึ่ง
“เฮ้อออ..ร้านข้าเจ๊งๆๆ งานนี้เจ๊งๆ  เฮ้ออ”
“ลุง..ข้าขอโทษนะ”ฮอร์ดว่า
“ไม่เป็นไรเจ้าหนุ่ม.. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เดี๋ยวข้าไปล่าสัตว์ขายเอาก็ได้ ร้านพังหมดแบบนี้ เอาล่ะเจ้าหนู! ดื่มน้ำสมุนไพรนี่ซะ สรรพคุณดีนักแล”ลุงเจ้าของร้านยื่นถ้วยมา ฮอร์ดก็ลุกขึ้นช่วยพยุงตัวเบิร์กให้ดื่มน้ำนั้น เบิร์กค่อยๆดื่ม หน้าตาของเบิร์กดูซีดๆ
“ลุง! ทำไมเพื่อนข้าหน้าซีดยังงี้ล่ะ!!?”ฮอร์ดรู้สึกกังวล
“ไข้คงจะขึ้นล่ะมั้ง! ก็โดนยำซะขนาดนั้น แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก สมุนไพรนี่รักษาหายขาดรวดเร็วที่สุดแล้ว”
“มันเป็นสมุนไพรอะไรครับ ทำไมลุงถึงได้มั่นอกมั่นใจหนักหนา ว่าฤทธิ์มันดีขนาดนั้น!?”ฮอร์ดถาม
“โพเบ้! มันคือสมุนไพรที่พบได้ตามชายป่า ลำต้นมันเล็กๆ ดอกสีม่วงออกแดงนิดๆ จำไว้ล่ะ วันข้างหน้าไปบาดเจ็บที่ไหนมา ก็เด็ดดอกมันมาบดๆเอาน้ำมันออกมาทา หรือถ้ามีอาการฟกช้ำแบบเพื่อนเจ้าตอนนี้ล่ะก็ บดๆดอกใส่ชามหรือถ้วยเอาไว้ แล้วเอาไปเทใส่น้ำต้มดื่มเอา”ลุงเจ้าของร้านพูดให้ความรู้แก่ฮอร์ด
“ข้าจะจำไว้! เพราะปกติที่บ้านข้านั้นจะให้กินพวกผักขมๆมากกว่า มันรักษาได้เหมือนกันแถมยังทำให้แข็งแรงกว่าเดิมอีกด้วยน่ะ”ฮอร์ดว่าแล้วพยุงเบิร์กให้นอนลงอย่างเดิมหลังจากดื่มน้ำสมุนไพรหมดแล้ว
“เจ้าไม่ใช่คนที่นี่หรอเจ้าหนุ่ม! แล้วเป็นคนที่ไหนละ!?”ลุงเจ้าของร้านถาม
“ข้ามาจากหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ติดกับชายป่าชาร์คน่ะลุง”
“โอ้! งั้นเจ้าก็รู้จักกับคนที่ชื่อ อีเลียด ฮอร์ดใช่ไหม!!?”ลุงเจ้าของร้านรีบถามด้วยความอยากรู้
“เอ่ออ..ครับ ข้ารู้จักเขา”ฮอร์ดอมยิ้ม
“ข้าล่ะอยากเจอตัวจริงเหลือเกิน..เห็นเขาร่ำลือกันว่าโดดลงแม่น้ำที่มีจระเข้นับร้อยตัวเลย ช่างกล้าหาญยิ่ง น่านับถือๆ เป็นแค่เด็กหนุ่มบ้านๆแท้ๆแต่กลับมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่”ลุงเจ้าของร้านพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวว่าเด็กหนุ่มที่คุยกับเขาอยู่นั่นแหละคือ อีเลียด ฮอร์ด
“อ่ออ..ครับ”ฮอร์ดนิ่งสงบเสงี่ยม
“แล้วเจ้าล่ะชื่ออะไรนะเจ้าหนุ่ม..เมื่อกี้ตอนบอกพวกนั้นข้าได้ยินไม่ค่อยชัด?”
“ขะ..ข้าชื่อฮัมรินครับ”
“ข้าจะจำเจ้าไว้เหมือนกัน เมื่อกี้เจ้าก็กล้าหาญไม่เบาเลยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”ลุงเจ้าของร้านเชยชมในตัวฮอร์ด
“พวกเมื่อกี้มันเป็นใครกัน ข้าคิดว่าหมู่บ้านโอดิธันเป็นเขตสงบซะอีกไม่น่าจะมีพวกนักเลงอันธพาลเลยนะ!?”ฮอร์ดสงสัย
“ก็คุณตัวอ้วนๆใหญ่ๆนั่น พ่อมันเป็นถึงนักรบห่มหนังจระเข้เชียวหน่า แม่มันเสียไปแล้ว พ่อมันก็ไปกับพวกกับฝูง มุ่งสู่แดนทางเหนือเพื่อไปสร้างชื่อเสียงอีก คุณพ่อก็เบ่งอำนาจไว้ที่นี่ซะเยอะเมื่อหลายปีก่อน คุณคนลูกมันก็เลยเบ่งตามตั้งตนเป็นใหญ่คุมที่นี่ ซึ่งจริงๆมันไม่ได้คุมหรอก มันคิดเองเออเองทั้งนั้น อะโธ่! ยังห่มชุดขนสัตว์อยู่แท้ๆแล้วมาทำเบ่ง ถ้าห่มหนังจระเข้ก็ว่าไปอย่าง วันๆก็เอาแต่เมาเหล้าอยู่แต่ในร้านข้าเนี่ยแหละ ไม่คิดจะทำอะไรให้มันเกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นเลยสักนิด แต่ก็นะ รายได้ข้าก็มาจากพวกมันนั่นแหละ”
“ข้าขอโทษนะลุง ที่ทำชีวิตของลุงพังหมด แต่ข้าก็คงอยู่นี่นานไม่ได้ซะแล้วด้วย ลุงเองก็รีบเก็บข้าวเก็บของซะ”ฮอร์ดว่า
“ไม่เป็นไรๆ ข้าล่าสัตว์ขายได้ จะรีบไปไหนละ!?”
“ก็ข้าไปอัดเจ้าลูกชายของนักรบแห่งแผ่นดินกาเรียอัสเลยนะลุง ถ้าพ่อมันรู้ ต้องตามมาฆ่าแน่!!”
“ไม่ต้องห่วงๆ เพราะล่าสุดข้าได้ข่าวมาว่าพ่อมันตายไปแล้ว”ลุงเจ้าของร้านพูดแล้วตบหลังฮอร์ดที่นั่งข้างๆเบาๆ
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! ข้าไม่อยากให้ลุงต้องมาลำบากเพราะข้าเลย ร้านก็พังเละหมดแล้ว”ฮอร์ดยังคงไม่สบายใจ
“ข้าก็บอกเจ้าแล้วไงเจ้าหนุ่ม ว่าข้าจะผันตัวไปล่าสัตว์ขายแทน อย่ากังวลเลย!”
“ก็ได้ครับ!!”
“ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรในหมู่บ้านใหญ่เขตตะวันออกนี้ล่ะฮัมริน มาเดินเล่นเฉยๆยังงั้นหรอ?”
“อ้ออ..เอ่อนี่ลุง! พอจะรู้จักชายแก่ๆที่ชื่อ อลาดิเย่โปเก้ มั้ย? บ้านเขาอยู่ที่ไหนหรอ!?”ฮอร์ดนึกขึ้นได้ว่าจะถามทางไปบ้านปู่จึงกล่าวขึ้น
“โปเก้หรอ!!? เขาเสียไปเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วเองมั้ง”
“เสียแล้วหรือครับลุง ได้ยังไง!!?”ฮอร์ดรู้สึกตกใจ
“ก็ตายด้วยวัยชราน่ะแหละ..ทำไมถึงอยากไปหาตาแก่นั่นล่ะ โปเก้น่ะมีลูกชายชื่อกาแลค แล้วกาแลคคนนั้นก็เป็นพ่อของอีเลียด ฮอร์ด เฮ้ย! นี่ข้าคลั่งฮอร์ดคนนั้นถึงขนาดไปสืบมาเลยหรอเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า”ลุงเจ้าของร้านหัวเราะ
“มันไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับ ข้าเองก็คิดว่าเขาน่าจะเป็นปู่ของอีเลียด ฮอร์ดนั่นแหละ ก็เลยอยากจะมาฝากเนื้อฝากตัวเขาเฉยๆน่ะครับ”ฮอร์ดพูดแก้ต่างให้ตนเอง
“บ้านเขาก็มีคนซื้อมาอยู่ใหม่ไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีโปเก้ ไม่มีบ้านของเขาด้วย ข้าว่าเจ้ากลับบ้านเจ้าเถอะนะฮัมริน เพราะสิ่งที่เจ้ามาเพื่อมัน มันได้หายไปแล้ว อย่าเสียเวลาเลย”
“ยังหรอกลุง! ข้าขึ้นมาในหมู่บ้านเขตใหญ่แบบนี้ ไม่คิดจะกลับไปตัวเปล่าหรอกนะ”
“ถ้างั้นก็พักที่นี่ก่อนเถอะ สักสองสามวัน เพราะข้าต้องทิ้งร้านนี้พอดี ที่ที่ข้าอยู่มานานแสนนาน”
“ขอบคุณลุงมากครับ อย่างน้อยๆคืนนี้ข้าก็มีที่ซุกหัวนอน”ฮอร์ดยิ้มให้กับลุงคนนั้นด้วยความซาบซึ้ง
ลุงเจ้าของร้านรู้สึกชอบใจในตัวของฮอร์ด เขาลุกขึ้นไปเตรียมอาหารที่เขาเก็บไว้ออกมา โต๊ะตั้งที่ยังใช้งานได้เขาก็ยกเข้ามาในบ้าน มาตั้งไว้วางจานชาม แต่ก็พอดีเก้าอี้ยังเหลืออยู่สองตัว ลุงเจ้าของร้านก็หยิบเข้ามาในบ้าน วางไว้สำหรับนั่งกินอาหารมื้อเที่ยง
“เหลืออยู่สองตัวพอดีเลยนะเนี่ย ฮัมรินเอ้ยย!! เราเกือบได้นั่งกินอาหารกับพื้นแล้วล่ะนะ เดี๋ยวเรากินกันเสร็จแล้วค่อยปลุกเพื่อนเจ้ามาดื่มสมุนไพรอีกที”
“ลุงจะบริการพวกเราดีเกินไปแล้วนะครับ ข้ามาพังร้านลุงแท้ๆ”ฮอร์ดรู้สึกเกรงใจ
“บางที..นี่คงจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตข้าก็ได้นะ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว เตรียมตัวกินของอร่อยๆได้เลย”
ฮอร์ดลุกจากตรงที่เบิร์กนอนมานั่งเก้าอี้เพื่อรอกินอาหารมื้อเที่ยง เขานั่งเอามือลูบแก้มที่โดนชกจนแตกมีเลือดออกมานิดหน่อย ส่วนเบิร์กยังคงนอนหลับพักฟื้นร่างกายโดยไม่รู้สึกตัว
“ลุง!! มีอาวุธอะไรบ้างมั้ยที่นี่ ข้าขอสักอันสิ ข้าไม่มีอาวุธติดตัวมาเลย!!”ฮอร์ดตะโกนถามเข้าไปหาลุงเจ้าของร้านที่กำลังเตรียมอาหารมื้อเที่ยงอยู่ในครัวข้างในบ้าน
“มีขวานไว้ตัดขอนไม้อยู่ทางข้างหลังร้านสองเล่มน่ะ จะเอาไปสักเล่มก็ได้!!”ลุงเจ้าของร้านตะโกนตอบกลับมา ฮอร์ดได้ยินจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกไปทางข้างหลังร้าน ที่เป็นทุ่งเขียวโล่งสบายตา เป็นพื้นที่เล็กๆไม่กว้างเกินไปและไม่แคบเกินไป มีเศษไม้เรี่ยราดเต็มไปหมดตรงทางขวามือ และทางซ้ายมือมีขวานสองเล่มที่ลุงคนนั้นพูดถึงวางพาดอยู่กับทั่งที่เอาไว้ตีเหล็ก
“รู้สึกว่าลุงจะตีอาวุธเป็นนะเนี่ย??”ฮอร์ดอุทานขึ้นเบาๆ แล้วเดินมาตรงที่มีขวานสองเล่มนั้นวางพาดอยู่ เขาหยิบขึ้นมาเล่มหนึ่ง ฮอร์ดแขนสั่นด้วยความเกร็งเล็กน้อยเพราะขวานมันหนัก 
“ใช้ได้เลย”ฮอร์ดพยายามสบัดขวานไปตามอากาศ ฟันเฉียงลงมา ฟันเฉาะอากาศ ฟันเฉียงขึ้นขวา เหวี่ยงฟันไปทางซ้ายด้วยการจับสองมือ ด้ามขวานนี้ทำมาจากไม้ ที่ดูเหมือนว่ามาจากเศษไม้ข้างหลังฮอร์ดนั่นเอง เขายกขวานขึ้นมาด้วยแขนทั้งสองข้างแล้วลูบไปที่หัวขวานด้านที่คมๆด้วยความถูกใจ…
Reply
#17
บทที่ ๑๔ ปีศาจฮัมริน


“เรียบร้อย!!”ลุงเจ้าของร้านเตรียมอาหารมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เขาจึงตะโกนเรียกฮอร์ดที่อยู่หลังร้านให้เข้ามากินอาหาร ลุงได้นั่งลงบนเก้าอี้ เตรียมช้อนเตรียมส้อมพร้อมสำหรับที่จะรับประทาน จนฮอร์ดเดินเข้ามาพร้อมกับขวานเล่มหนึ่ง 
“นี่ลุงครับ!! ลุงตีมันขึ้นมาเองใช่มั้ยครับเนี่ย!?”ฮอร์ดชูขวานให้ลุงดูแล้วถามขึ้น
“ใช่เจ้าหนู! ข้าตีมันขึ้นมาเอง ข้าเอาไว้ตัดไม้มาทำโต๊ะเก้าอี้ ที่เจ้าเห็นตั้งไว้ที่หน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าเข้ามานั่งดื่มนั่นแหละ”
“ข้าว่าลุงเปิดร้านตีเหล็กตีอาวุธ น่าจะดีกว่าไปล่าสัตว์ขายประทังชีวิตไปวันๆนะ”
“ข้าไม่สนับสนุนให้คนถืออาวุธเข้าสังหารกัน ถ้าข้าเปิดร้านตีเหล็ก ก็เท่ากับว่าข้าเนี่ย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนฆ่ากันสิเจ้าหนู”ลุงเจ้าของร้านยิ้ม
“ลุงช่างเป็นคนที่มีหัวใจอันประเสริฐยิ่งนัก ข้านับถือลุงจริงๆ”จากนั้นฮอร์ดก็เดินไปหยิบดาบของเบิร์กที่อยู่ในกระเป๋าขนสัตว์ออกมา เมื่อลุงเจ้าของร้านเห็นดาบที่ฮอร์ดกำลังถือดูชมอยู่จึงได้ถามว่า
“เจ้าก็มีอาวุธนี่ฮัมริน เมื่อกี้ทำไมถึงไม่เอาออกมาขู่พวกนั้นล่ะ!!?”
“เรื่องเมื่อกี้มันเกิดอย่างกะทันหัน ข้ากับเบิร์กคงลืมเจ้าสิ่งนี้ไป นั่นบ่งบอกว่าตอนนั้นข้าไม่มีสติ ทั้งที่ตัวข้าเองเคยบอกกับเบิร์กว่าให้มีสติเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น แต่สุดท้ายข้าก็ยังคุมสติตนเองไว้ไม่ได้ แค่ดาบเล่มเดียวข้ายังลืมนึกถึง ข้ามันบกพร่อง”ฮอร์ดกล่าวโทษตัวเองเบาๆ
“คนที่รู้ว่าตนนั้นมีข้อเสียที่ต้องปรับปรุง คนผู้นั้นย่อมมีปัญญา อย่างน้อยๆเจ้าก็ยังมองข้อเสียของตนเองเห็นและรู้ว่าควรจะแก้ไขมันยังไง คนปัญญามืดบอดมักมองไม่เห็นกันหรอก อย่าพูดให้ร้ายตัวเองเลย มากินของอร่อยๆกันเถอะมา!!”ลุงเจ้าของร้านกล่าวสอนฮอร์ดก่อนที่ทั้งสองจะนั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกัน
“อื้อ! ข้าว่าลุงเปิดร้านขายของกินก็เข้าท่านะ ในเมื่อร้านขายน้ำ มันเจ๊งไปเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดร้านอาหารนี่แหละ”ฮอร์ดอร่อยจนต้องพูดชมออกมา
“ฮัมรินเอ้ยย! เจ้านี่จะชมข้าไปถึงไหน ฮ่าฮ่าฮ่า”

“โอ้ยย!!”
ฮอร์ดร้องเสียงดังขึ้นมาและจับแก้มของเขา
“เป็นอะไรเจ้าหนู!!?”
“เปล่าครับ! ข้าแค่ทำเล่นๆ ฮ่าฮ่าฮ่า”เสียงหัวเราะได้ดังขึ้นตลอดเป็นช่วงๆไปของการรับประทานมื้อเที่ยงในวันนี้


“อะไรนะ!! ปีศาจฮัมรินหรอ!!?”เสียงตกใจของชาวบ้านที่กำลังยืนฟังพวกอันธพาลที่มีเรื่องกับฮอร์ดพูดเป่าหูอยู่
“ใช่!! มันมีร่างกายเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาๆทั่วไป แต่จิตใจมันชั่วร้ายประหนึ่งปีศาจอสุรกาย ข้านี่เห็นมากับตาตนเองเลยนะ มันจัดการลูกพี่พวกข้าลงอย่างง่ายดาย ยิ่งพูดยิ่งขนลุก!!”พวกนักเลงของชายร่างอ้วนที่มาหาเรื่องฮอร์ดกับเบิร์กพูดด้วยน้ำเสียงลนลาน
“แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดีละ!! ปีศาจร้ายแบบนี้จะให้มาอยู่ในหมู่บ้านของเราไม่ได้ ต้องกำจัดทิ้ง!!!”ชายชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น
“ตอนนี้ปีศาจฮัมรินนั้นอยู่ในร้านเหล้าที่พวกข้าไปนั่งดื่มกันทุกวัน”พวกนักเลงชี้ทางบอกแก่ชาวบ้านทั้งหลาย
“ถ้างั้น!! จะมัวรออะไรละ ไป..ไปดับชีวิตปีศาจตนนั้นโดยเร็วจะดีกว่า!!”ชายชาวบ้านพูดเสียงดัง และแสดงความเป็นผู้นำเดินทางไปยังร้านที่ฮอร์ดกับเบิร์กนั้นได้อาศัยอยู่กับลุงเจ้าของร้าน จอบ เสียม มีดพร้า ขวาน ค้อน และดาบ!! พวกชาวบ้านต่างถือกันมาอย่างครบมือ ยกขบวนแห่กันมาโดยมีพวกนักเลงคอยแนะนำวิธีการจัดการปีศาจฮัมรินให้ ด้านฮอร์ดซึ่งตอนนี้ได้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจฮัมรินผู้ชั่วร้ายไปแล้วนั้น ได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงเสร็จ แล้วได้ป้อนน้ำสมุนไพรให้กับเบิร์กเรียบร้อย กำลังจะยกจานชามไปเก็บในครัวกับลุงเจ้าของร้าน ก็ได้ยินเสียงสะเทือนจากพื้นดิน ดังสนั่นดุจเสียงกลองศึก
“มีคนจำนวนมากกำลังมาที่นี่!!”ลุงเจ้าของร้านเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงสะเทือนของพื้นดิน
“ฮัมริน! หยิบขวาน! แล้วรีบแบกเพื่อนเจ้าออกไปทางหลังร้านเร็ว!!”ลุงเจ้าของร้านรู้สึกถึงลางไม่ดี จึงบอกฮอร์ดเช่นนั้น ฮอร์ดก็ยังชักช้าด้วยความสงสัยงุนงงอยู่ จนลุงต้องมาเขกศีรษะทีหนึ่งเพื่อเรียกสติ ฮอร์ดรู้สึกตัวจึงทำตามอย่างรวดเร็วเขารีบไปหยิบขวานและสะพายกระเป๋าขนสัตว์ของเบิร์กพร้อมด้วยดาบของเขา
“ลุง! ข้าแบกไม่ไหว สัมภาระเต็มตัวข้าเกินไป!!”และในตอนนั้นเบิร์กจึงได้เอามือไปตบที่ไหล่ของฮอร์ด เขาฝืนร่างกายลุกขึ้นแล้วพูดว่า
“เจ้าเห็นข้าเป็นอัมพาตรึไงฮัมริน!!? โดนซ้อมแค่เนี้ย ไม่ทำให้คนอย่างเบิร์กผู้นี้หมดน้ำยาได้หรอก”
“คุณหนู!! อย่าทำเป็นเก่ง เดี๋ยวจะเป็นหนักกว่าเก่า!!”
“นี่ลุง! ตอนนี้รีบไปที่หลังร้านก่อนดีกว่า ถ้าขืนยังอยู่ ข้านี่แหละจะเป็นหนักกว่าเก่าจริงๆ”เบิร์กพูดย้อนใส่ลุงเจ้าของร้าน ฮอร์ดเอาแต่ฟัง แล้วพยักหน้าด้วยคิดว่าตอนนี้คงต้องรีบออกจากร้านนี้ให้เร็วที่สุด ทั้งสามคน ฮอร์ด เบิร์กและลุง ได้รีบวิ่งออกมาจากทางข้างหลังร้านอย่างกระเสือกกระสน โดยเฉพาะเบิร์ก สีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก ฮอร์ดนั้นรู้ว่าเบิร์กเพื่อนของตนกำลังฝืนร่างกายเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร เขาจึงช่วยพยุงเบิร์กมาตลอดทาง ลุงเจ้าของร้านวิ่งนำมาที่ที่มีต้นไม้สูงใหญ่เยอะๆ แล้วบอกให้ทั้งสองคนลงไปหมอบที่พื้นหญ้า ส่วนลุงแกยืนมองอยู่หลังต้นไม้ที่มีลำต้นใหญ่มากๆ ฮอร์ดเบิร์กและลุงเจ้าของร้านได้เห็นภาพที่ไม่ค่อยชอบมาพอใจอย่างยิ่ง พวกชาวบ้านเหล่านั้นตะโกนว่าปีศาจฮัมริน แล้วพังร้านของลุงคนนั้น ทำลายทุกที่ทุกทางทุกรูทวารที่ใช้เข้าออกบ้านไม่ว่าจะประตู หน้าต่าง ถูกทุบพังหมดสิ้น ลุงเจ้าของร้านเห็นที่ทำมาหากินถูกย่ำยีต่อหน้าต่อตา แกจึงรู้สึกเจ็บใจอย่างมาก ฮอร์ดเห็นลุงอยู่ในสภาพที่ดูแล้วน่าจะโมโห เขาจึงรู้สึกผิด ฮอร์ดคิดว่าวันนี้เขาได้สร้างเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตถึงสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเขาทำให้พ่อแม่ผู้ซึ่งเป็นบุพการีต้องหลั่งน้ำตาด้วยความอารมณ์ร้อนของเขา เรื่องที่สองเขาได้ทำลายชีวิตทั้งชีวิตของตาลุงวัยทองคนหนึ่ง ซึ่งถ้าเขาไม่เข้ามาที่ร้านนี้ ป่านนี้ลุงก็คงได้นั่งขายเหล้าอย่างสบายๆในร้านของตนเหมือนทุกวันที่เคยทำมา คิ้วของฮอร์ดเริ่มขมวด สายตาของเขาดูน่ากลัวยิ่งนัก ฮอร์ดลุกขึ้น เมื่อเบิร์กกับลุงเจ้าของร้านเห็นฮอร์ดในท่าทางที่เหมือนจะจริงจังมากๆ จึงตกใจ
“ฮะ..ฮอร์ด คราวที่แล้วเจ้าทำท่าทางยังงี้ก่อนที่เจ้าจะลงไปฟัดกับจระเข้ มาตอนนี้เจ้าคิดจะทำอะไรอีก!!?”เบิร์กลืมตัวพูดชื่อฮอร์ดด้วยความตกใจ แต่ดูเหมือนฮอร์ดจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว
“อะไรนะเจ้าหนู!! ฮอร์ดงันหรือ!!?”ลุงเจ้าของร้านรู้สึกตกใจจนตาโตขึ้นมา  
...ขาก้าวแรกของฮอร์ดก้าวเดินไปข้างหน้า ลุงเจ้าของร้านคงรู้ดีแหละว่าฮอร์ดกำลังคิดจะไปที่พวกชาวบ้านพวกนั้นที่กำลังรื้อทำลายร้านของตน จึงพุ่งกระโดดกอดฮอร์ดให้ล้มลงแล้วทับเขาไว้
“ปล่อยข้านะลุง!! ข้าจะไปเอาคืนมาให้ลุงเอง!!”ฮอร์ดพยายามดิ้นจากแรงรัดของลุงเจ้าของร้าน
“เจ้าจะเอาคืนมาได้ยังไงกัน!! ต่อให้เจ้าเอาคืนมาได้ สิ่งที่ข้าจะได้ก็มีเพียงแค่เศษไม้ เศษจานชามเท่านั้น มันเปล่าประโยชน์!!”
“ทำไม!! ทำไมวันนี้ข้าถึงได้ทำผิดพลาดเช่นนี้!!”ฮอร์ดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน น้ำตาคลอ
“อย่าเสียใจเจ้าหนู!! เจ้าคืออีเลียด ฮอร์ดผู้กล้าหาญ ถ้าเจ้าร้องไห้ออกมา ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!!”ลุงเจ้าของร้านที่นอนทับกอดรัดฮอร์ดอยู่ก็หลั่งน้ำตาเสียงสั่นคลอนออกมาเหมือนกัน
“ลุงร้องไห้ทำไม!!? เพราะข้าใช่มัย ที่ทำให้ชีวิตของลุงต้องพังทลาย”
เบิร์กที่นอนหมอบอยู่ไม่ไกลได้หลับตาลง เพราะภาพที่เห็นมันชวนให้เจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างยิ่ง ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้มาจากตัวเขานั่นเอง ไม่ว่าจะชวนฮอร์ดออกมาจากบ้านเพื่อไปยังชายแผ่นดินที่มีตำนานเลื่องลือของสิ่งที่เรียกว่าทะเลมหาสมุทรซึ่งตนก็หารู้ไม่ว่ามันมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงแค่นิทานหลอกเด็ก แล้วมาตอนนี้เขาก็ได้หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ลุงคนนี้และฮอร์ดเพื่อนของเขาเอง ถ้าเขารู้จักยอมให้อภัยเรื่องเล็กน้อย เรื่องร้ายแรงถึงขั้นนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นเป็นแน่แท้ เบิร์กรู้สึกโกรธเคืองในตนเองอย่างมาก เขาจะแก้ปัญหาครั้งนี้ยังไง เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะตัวของเขาเองทั้งสิ้น ลุงเจ้าของร้านยังคงร้องไห้ ส่วนใบหน้าของฮอร์ดก็มอมแมมเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาจากหัวใจที่เจ็บปวดรวดร้าวของการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจของตนเอง
“ฮอร์ด..เจ้าได้ให้ชีวิตใหม่แก่ลุงแล้วในตอนนี้..”
“ข้ามีแต่จะทำลายชีวิตลุง ลุงอย่ามาพูดปลอบข้าเลย ปล่อยให้น้ำตาของข้ามันระบายความเจ็บปวดออกมาให้หมดเถิด”
“ต่อแต่นี้ไป! ลุงจะติดตามเจ้าไปฮอร์ด จะติดตามเจ้าไปทุกๆที่ นี่แหละ!..ชีวิตใหม่ที่เจ้าได้มอบมันให้แก่ลุง!!!”ลุงเจ้าของร้านกลั้นน้ำตาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ฮอร์ดได้ยินดังนั้นก็น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างกับน้ำป่าไหลหลาก ฮอร์ดหยุดเสียงร้องไห้ มีเพียงแต่สายธารแห่งน้ำตาของลูกผู้ชายที่มันไหลอาบแก้มสองข้างของเขาเท่านั้น สายธารแห่งความเจ็บปวด สายธารที่ควรค่าแก่การจดจำ สายธารน้ำตาของฮอร์ด…
Reply
#18
บทที่ ๑๕ นางกลับมาแล้ว


…หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนหนทางอันเต็มไปด้วยดินโคลนที่ชื้นแฉะจากน้ำฝนที่หยดชลอมลงมาเป็นปรอยๆตลอดเวลา ผมสีแดงยาวสละสลวยเป็นเกรียวจนถึงเนินก้น แขนของนางอวบแน่น ผิวพรรณของนางขาวสวยไม่ซีดเซียว ริมฝีปากของนางสวยดั่งกระจับออกสีแดงสดใส สะโพกและก้นงอนเด้งอวบเต็มแน่นไปด้วยเนื้อ ท่อนขาดูสมบูรณ์ แววตาของนางพร้อมที่จะสะกดใครก็ตามที่จ้องมอง ให้หลงรักได้ หญิงสาวผู้นี้เธอเดินอย่างสง่าผ่าเผย มีขวานเล่มขนาดไม่ใหญ่มากและไม่เล็กมาก เหน็บพาดอยู่ที่หลัง เธอดูอ้อนแอ้นแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง เธอผู้นี้ได้เดินตามทางที่มีผู้คนกำลังใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในหมู่บ้านที่เธออยู่ตอนนี้นั่นเอง เสียงเปิดของประตูร้านเข้าไปดังขึ้น เหล่าชายหนุ่มหญิงสาวทั้งหลายที่อยู่ในร้านนั้น ต่างได้ถูกความงามของเธอผู้นี้สะกดจนแทบไม่ละสายตา แม้แต่เจ้าของร้านเองก็เช่นกัน เธอยิ้มให้กับผู้คนที่มองเธอ รอยยิ้มนั้นดูอ่อนโยนแลอ่อนหวานเป็นอย่างยิ่ง นางผู้งดงามผู้นั้นเดินไปที่เจ้าของร้าน เธอสั่งอาหาร ในขณะที่เธอพูดนั้นน้ำเสียงของเธอฟังแล้วดูนุ่มนวลชวนหลง เสียงใสกังวาลและดูเข้มแข็ง ทำให้เจ้าของร้านหาได้มีสติอยู่กับเนื้อกับตัวในเวลานั้นไม่ เขาได้ต้องมนต์แห่งความรักเข้าให้แล้ว เขายืนทำหน้าเคลิ้มอยู่ตรงนั้นสักพัก จนภรรยาของเจ้าของร้านผู้นี้ต้องเดินมาตบกะโหลกสามีของตน หญิงสาวผู้งดงามผู้นั้นยิ้มให้อีกครั้งก่อนพูดสั่งอาหารอีกรอบแล้วเดินไปนั่งลงที่โต๊ะๆหนึ่งในร้าน เธอนั่งไขว่ห้าง จนท่อนขาขาวๆอวบๆของเธอโผล่ออกมา ชายหนุ่มทั้งหลายในร้านเห็นภาพอันชวนเพ้อฝันเช่นนี้ ต่างทำหน้าทำตาเหมือนอดอยากอะไรมาสักอย่างเป็นเวลานาน จะให้ไม่เพ้อได้ยังไงกันก็ในเมื่อนางผู้งดงามคนนี้ ห่มชุดขนสัตว์ กับผ้าที่มีไว้ปิดบางส่วนของร่างกายที่ไม่สมควรจะเปิดเผยเท่านั้นเอง หน้าอกของเธอใหญ่นูนขึ้นมาประหนึ่งลูกแตงโม กับผ้าที่คล้ายๆกระโปรงสั้นๆ ดังนั้นเมื่อเธอนั่งไขว่ห้าง ความเร่าร้อนและเซ็กซี่ก็แผ่รัศมีออกมาให้เหล่าชายรอบๆเกิดความคิดที่ไม่ค่อยจะงามนักขึ้น เพราะเธอผู้นี้นุ่งน้อยห่มน้อยเสียเหลือเกิน…

“คืนนี้นอนที่นี่ก็แล้วกันนะ”ลุงเจ้าของร้านบอกแก่ฮอร์ดและเบิร์กที่ช่วยกันพยุงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่หมอบหลบกันมาจนถึงชายลำธารเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านทิศตะวันออกและอยู่ตกหนักงไกลจากหมู่บ้านที่มีผู้คนชุลมุน
“ฮอร์ด..ฮอร์ด..ก่อนข้าจะออกจากร้านมา ข้าพอหยิบขนมปังมาได้ไม่กี่ชิ้นใส่กระเป๋ากางเกงอันเลอะเทอะนี่ แบ่งๆกันกินนะ”คุณลุงควักขนมปังออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ขาดสะบักสะบอมมาให้ฮอร์ดกับเบิร์ก ลุงยังถามเบิร์กด้วยว่าอาการเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นแล้วหรือยัง ส่วนฮอร์ดกำลังนั่งเคร่งขรึม แต่ดูใจเย็น เขาหายใจเข้าออกช้ามาก และลึกมากด้วย ฮอร์ดกำลังตั้งสมาธิให้กับตนเอง ซึ่งลุงเจ้าของร้านเองก็รู้ ก็ไม่ได้ถามอะไร ส่วนเบิร์กที่พูดว่าตัวเองอาการดีขึ้นมากแล้วก็มีใจสงสารฮอร์ดเพื่อนของตนแต่ก็ไม่อยากไปกวน
“ลุงชื่ออะไรหรอ!!?”เบิร์กจึงหันไปถามชื่อลุงเจ้าของร้าน
“นึกว่าจะไม่อยากรู้จักข้าซะอีก เพิ่งจะมาถาม ข้าชื่อ กลอมนีมาร์”ลุงเจ้าของร้านตอบเบิร์กไป จากนั้นก็ลุกขึ้น
“ลุงกลอม..ลุงจะไปไหน!!?”
“ข้าก็จะไปหาฟืนน่ะสิ เจ้าเบิร์กแกพอขยับร่างกายได้ใช่มั้ย.. เตรียมตัวจุดไฟเมื่อข้าเอาฟืนมาถึง ข้าต้องใช้เวลาเลือกสักหน่อย ฝนมันตกปรอยๆมาทั้งวัน วัตถุดิบคงชื้นหมด ต้องเสียเวลาหาไม้แห้งๆ”
ลุงกลอมเดินเข้าไปในดงต้นไม้ ที่เกือบจะออกนอกเขตหมู่บ้านใหญ่ในแถบตะวันออกนี้ ลุงกลอมเดินขึ้นไปทางทิศเหนือ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ราบลุ่มก็อธทรานส์มาก ลุงกลอมต้องเดินระวังตัวเองอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เข้าไปในเขตก็อธทรานส์ ด้วยเหตุว่าที่นั่นมีภยันอันตรายมากมายนานัปการที่กำลังรอใครสักคนเดินพลัดหลงเข้าไป ทางเบิร์กเองก็กำลังเตรียมหาไม้แห้งๆมาใช้สำหรับขูดถูกันให้เกิดความร้อนเพื่อจุดไฟ แต่มันหายากหาเย็นเสียเหลือเกิน เบิร์กเดินดุ่มๆไปตามทางที่กำลังมืดลงเรื่อยๆ ร่างกายก็ไม่ค่อยจะสมบูรณ์พร้อมเท่าไหร่นัก เบิร์กเดินไปเรื่อยๆจนเจอถ้ำๆหนึ่ง เขาเดินเข้าไปในถ้ำที่มืดๆนั้น มันอุ่นมาก เขามองไปรอบๆถ้ำที่มืดมิดแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“คืนนี้เราน่าจะนอนพักกันที่นี่”
เสียงของเขาดังสะท้อนกลับมาจากผนังถ้ำ ในที่นี้มีกิ่งไม้แห้งอยู่มากมาย ที่คาดว่าน่าจะเกิดจากการโดนลมพัดเข้ามาจากข้างนอกถ้ำที่ซึ่งมีต้นไม้อยู่ ผ่านไปสักพักทางฝั่งฮอร์ดที่กำลังนั่งขรึมก็ค่อยๆขยับเขยื้อนร่างกาย เขายังคงมีแววตาแห่งความโศกเศร้าอยู่ เขาแหงนหน้ามองดูดวงดาวบนท้องฟ้า มีดาวมากมายเต็มฟ้าไปหมดขนาดยังไม่มืดมาก
“ข้าเกิดมาทำไม??”ฮอร์ดอุทานคำนี้ขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบาๆแต่เผอิญเบิร์กเดินมาได้ยินพอดี
“เฮ้ย!! ฮอร์ดอย่างเพิ่งคิดสั้นนะ!?”เบิร์กที่ตะโกนเสียงดังเมื่อได้ยินฮอร์ดพูด
“อะไรของเจ้าเบิร์ก!! คิดสั้นอะไร ข้ามิใช่คนโง่ที่ไม่รักแม้กระทั่งชีวิตตัวเองน่ะ!!”
“เหรอ!!? แล้วที่ผ่านมาที่ชอบทำอะไรเสี่ยงๆอยู่เรื่อยเนี่ย เขาเรียกฆ่าตัวตายทางอ้อมรึเปล่าหว่า”
“อยากนอนซมอีกรอบรึไงเบิร์ก..??”
“ไม่เอาหรอก..แค่นี้ก็กระเสือกกระสนเต็มทีแล้ว”เบิร์กได้ค่อยๆเดินมานั่งข้างๆฮอร์ด
“ลุง..ลุง…”ฮอร์ดพยายามนึกชื่อลุงเจ้าของร้านคนนั้น
“ลุงกลอมนีมาร์ นี่เจ้าโดนรุมที สมองเสื่อมเลยรึไง ลุงแกเพิ่งจะบอกชื่อไปหยกๆเองแท้ๆ”
“ข้าว่าเจ้านั่นแหละที่สมองเสื่อมเบิร์ก ลุงกลอมเขาใช้แกไปหาไม้มาเตรียมจุดไฟมิใช่หรือไง แล้วนี่เจ้าดันเดินกลับมาอย่างรื่นเริงมานั่งข้างๆข้าเนี่ยนะ”
“ก็ข้าไปเจอที่ซุกหัวนอนสำหรับพวกเราแล้วในคืนนี้อ่ะนะ”เบิร์กเชิดหน้าแล้วพูด ฮอร์ดก็งงกับเบิร์กว่าพูดเรื่องอะไร จนลุงกลอมเดินกลับมาพร้อมกับโอบอุ้มไม้แห้งๆมาเต็มอก
“เฮ้ยย!! เจ้าเบิร์ก เจ้ามัวมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ ข้าบอกให้ไปเตรียมวัตถุดิบมาจุดไฟไง!!”
“โธ่ลุง!! ทำไมไม่ใช้เจ้าฮอร์ดมันบ้างล่ะ ข้าบาดเจ็บอยู่นะ”เ
“ฮอร์ดกำลังนั่งสมาธิอยู่ นี่เจ้าไปกวนฮอร์ดใช่ไหม”
“เอ่อ..เปล่าหรอกครับลุง เดี๋ยวข้าจะไปจัดการเตรียมจุดก่อกองไฟให้เอง”ฮอร์ดลุกขึ้นแล้วพูดกับลุงกลอม
“ไม่ต้อง!!..ข้านี่น่ะ ได้เตรียมสถานที่อันเพรียบพร้อมไว้รอพวกท่านทั้งสองเป็นอันเรียบร้อยแล้ว”เบิร์กทำท่าทาง และแสยะยิ้มออกมานิดๆ
“บ่นอะไรของเจ้ากันคุณหนู!!?”ลุงกลอมสงสัย
“อะน้ะน้านะน้าา..หยิบกระเป๋าหยิบอาวุธแล้วตามข้ามาก็แล้วกัน”เบิร์กยิ้มเยาะเย้ย
“อะไรของมัน??”ลุงกลอมทำหน้าตาสงสัยเมื่อเห็นเบิร์กเดินท่าทางเหมือนกำลังหยอกล้อเขากับฮอร์ด แต่ลุงก็เดินตามเบิร์กไปพร้อมกับฮอร์ด หยิบสัมภาระทั้งหลายขึ้นหลัง หยิบอาวุธขึ้นมือ แล้วเดินลุยหน้าไปตามทางที่เบิร์กพาไป ระหว่างเดินฮอร์ดก็คอยแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อดูดวงดาวเป็นบางจังหวะ เพื่อหาเรื่องพูดคุยกับลุงกลอมระหว่างกำลังเดินเท้าอยู่...
Reply
#19
บทที่ ๑๖ ข่าวดีของแม่


“นี่ลุง..ดูสิดาวเต็มฟ้าเลย..”ฮอร์ดพูดขึ้นมา
“นั่นสินะ! เออนี่รู้ไหมฮอร์ดว่าสิ่งที่สว่างที่สุดในยามค่ำคืนคืออะไร?”ลุงกลอมถามขณะเดินตามเบิร์กที่กำลังเดินนำหน้าไป
“เปลวเพลิงครับ..ข้าเคยจุดเทียนเข้าไปในที่มืดๆเมื่อครั้งยังเด็ก แสงเทียนสว่างสไวจนข้านั้นสามารถมองเห็นในที่อันมืดมิดได้”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…ไม่ใช่ฮอร์ด เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนตอนที่ข้ายังหนุ่มๆอยู่น่ะ เทียนที่มีไว้ใช้จุดประดับบ้านในยามกลางคืนนั้น มันยังหายากกว่าสมัยนี้เยอะนะ ช่วงที่เทียนเริ่มเป็นที่รู้จักใหม่ๆ คนขายเทียนคนแรกนี่ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีเลยล่ะ ดังนั้นในเมื่อมันยังไม่มีเทียน เราชาวบ้านตาดำๆที่จนๆต่างอาศัยแสงสว่างจากฟากฟ้านี่แหละ เคยได้ยินคำนี้มั้ยฮอร์ด ว่าในที่มืดมิดก็ยังมีแสงสว่าง และในแสงสว่างก็ยังมีความมืดมิด”ลุงกลอมสาธยายให้ฮอร์ดฟัง
“ไม่เลยลุง ข้าไม่เคยได้ยิน แต่ว่าลุงกลอม ดวงดาวนั้นอยู่ตกหนักงไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง แสงสว่างจากดาวเหล่านั้นสามารถส่องมาถึงพื้นดินนี้ได้ด้วยหรอครับ??”
“มันก็ไม่ได้สว่างมากเหมือนแสงเทียนหรอกนะ ข้าแค่เปรียบให้ฟังเฉยๆน่ะ ว่าครั้งหนึ่งโลกที่เราอยู่กันเนี่ยมันไม่เคยมีอะไรต่างๆมากมายเหมือนอย่างทุกวันนี้ คนโบราณจะพึ่งพาชีวิตกับธรรมชาติล้วนๆ เรียกง่ายๆว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ และธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียวกันกับเรา”
“แล้วอย่างนี้เวลาพระจันทร์ขึ้นเต็มดวง มันจะสว่างขนาดไหนครับ”
“พระจันทร์เต็มดวงนั้นใหญ่มาก แสงสว่างก็ต้องมากขึ้นเป็นธรรมดา”ลุงกลอมหันมายิ้มให้กับความขี้อยากรู้ของฮอร์ด
“ลุงกลอม! ฟังที่ลุงพูดแล้ว มันทำให้ข้าอยากสร้างอะไรสักอย่างทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้มันในวันข้างหน้าบ้างจัง แต่ข้าคงไม่คิดจะประดิษฐ์เทียนที่แปลกใหม่แหวกแนวกว่าเดิมแน่นอน”ฮอร์ดหัวเราะ
“เจ้าเป็นคนทะเยอทะยานอีเลียด ฮอร์ด ขนาดจระเข้เจ้ายังสามารถฆ่ามันได้ด้วยตัวคนเดียวมาแล้ว ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า เจ้าจะได้ทำในสิ่งที่คนรุ่นหลังที่เป็นลูกเป็นหลานได้จดจำอย่างแน่นอน ขอแค่เจ้ากล้าที่จะเริ่มทำมัน มิช้ามินานมันจะสำเร็จดั่งที่เจ้าปรารถนา ไม่ว่าจะล้มเหลวมาสักกี่ครั้งก็ตาม”ลุงกลอมตบบ่าฮอร์ดเบาๆขณะเดินคุยกัน จนกระทั่ง…
“ว้าว!! สุดยอดเลยเจ้าเบิร์ก ค่ำนี้เราไม่หนาวแล้ว”ฮอร์ดพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงถ้ำที่เบิร์กไปเจอมา ลุงกลอมเองก็ส่งเสียงดีใจออกมาเมื่อได้รู้ว่า คืนนี้มีที่ซุกหัวนอนเพื่อพักเอาแรงพอไปสู้ชีวิตในวันรุ่งขึ้นได้
“เบิร์กหัวเราะอย่างภูมิใจขณะยืนอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำ”

ณ บ้านของฮอร์ด
“มืดค่ำขนาดนี้แล้วใครยังจะมาเรียกอีก…เอ๋!! ฮันนาร์นี่!!!”กาแลคยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านตรงหัวบันไดและพูดขึ้นเมื่อมีหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งยืนอยู่ปลายบันไดหน้าบ้านในยามค่ำคืน
“สวัสดีค่ะ! น้ากาแลค ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”หญิงสาวผมแดงสุดสวยผู้นั้นกล่าวขึ้นจากใต้ถุนบ้านโดยที่มีอัสคัสผู้เก่งกล้ายืนอยู่ข้างๆด้วย กาแลคเห็นดังนั้นจึงรีบเดินลงบันไดบ้านมาหาทั้งสองคน
“น้าไม่คิดเลยว่าไม่เจอกันนานสิบกว่าปีเธอจะสวยตระการตาถึงเพียงนี้”กาแลคอึ้งในความงดงามของฮันนาร์ หญิงสาวผู้มีผมสีแดงและเรือนร่างอันสวยสง่า
“ใจเย็นสหาย..นี่ลูกสาวข้านะ”อัสคัสกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“น้ากาแลค..ในระหว่างทางที่หนูเดินทางมายังหมู่บ้านเขตเล็กชายป่าชาร์คนี้ หนูได้เข้าไปร้านอาหารแห่งหนึ่งในหมู่บ้านเขตใหญ่ หนูได้ยินถึงคำลือว่าที่หมู่บ้านนั้นมีปีศาจที่ชื่อฮัมรินอยู่ ชาวบ้านที่นั่นลือกันว่าเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม แต่มีอุปนิสัยโหดร้ายบ้าคลั่งกันน่ะค่ะ พอหนูกลับมาถึงบ้านก็เล่าให้พ่อฟัง แต่พ่อบอกว่า…นั่นคือฮอร์ด ผู้ชายที่หนูเคยมีส่วนตั้งชื่อให้ในตอนที่เขาเกิดค่ะ”ฮันนาร์เธอพูดอย่างจริงจังแต่แฝงไปด้วยความน่ารัก
“กาแลค! นี่เป็นสิ่งยืนยันว่า บุตรชายเจ้ากำลังเดินไปตามเส้นด้ายแห่งโชคชะตา อุ่นใจเถอะ เขาถูกยกย่องว่าเป็นปีศาจ ก็แสดงว่าเขามีความน่ากลัวอยู่ในตนเองล่ะนะ พอฮันนาร์มาบอกข้า ข้าก็เลยรีบจะเอามาบอกให้เจ้ากับภรรยาเจ้าฟัง อย่าห่วงเลยนะ”อัสคัสพูดขึ้น
“ทำไมถึงแน่ใจว่าเป็นฮอร์ดลูกข้าล่ะ!?”
“อาธาร์อยู่ไหน??”อัสคัสกล่าวถาม
“เธอยังคงเสียใจกับการหนีไปของฮอร์ด ใจเธอเป็นทุกข์ยิ่งนัก”
“น้ากาแลคคะ…วางใจเถอะค่ะ พ่อบอกว่าฮอร์ดกับเพื่อนของเขา พากันไปที่ชายแดนแผ่นดินทางทิศตะวันออกเพื่อไปพิสูจน์ตำนานที่ล่ำลือกันถึงสิ่งที่สวยงามมากๆ หนูขอยืนยันว่าไม่มีอันตรายค่ะ เพราะหมู่บ้านในเขตใหญ่นั้นทอดยาวไปจนถึงสุดชายแดนทิศตะวันออกเลยล่ะค่ะ ไม่มีป่าดงพงไพร ดังนั้นฮอร์ดกับเพื่อนของเขาอาจคิดว่าต้องเดินผ่านป่าผ่านอันตรายนานาชนิด แต่หนูบอกเลยว่ามีผู้คนไปตั้งหลักปักฐานกันหลายบ้านหลายเรือนแล้วค่ะ ปลอดภัยแน่นอน”ฮันนาร์กล่าว
“เจ้ารู้ได้ยังไงฮันนาร์ เจ้าเคยไปมางั้นหรือ!!?”กาแลคสงสัย
“หนูเคยไปมาค่ะ หนูบอกเป็นคำพูดไม่ได้เพราะมันสวยงามกว้างขวางมาก น้าต้องไปดูด้วยตาตนเองแล้วจะต้องภูมิใจในความคิดของฮอร์ดในคราวนี้แน่นอนค่ะ”
อาธาร์ซึ่งเธอแอบฟังอยู่บนบ้านเมื่อได้ยินฮันนาร์พูดดังนั้นจึงรู้สึกชุ่มชื้นใจที่รู้ว่าทางที่ลูกของเธอกำลังเดินไปนั้นไม่มีอันตราย มีแต่หมู่บ้าน เธอรู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมากเพราะอย่างน้อยลูกของเธอก็ยังคงมีความปลอดภัยอยู่ จึงได้เดินลงบันไดบ้านมาหากาแลค และอัสคัสกับฮันนาร์ที่ยืนคุยกันอยู่ข้างล่างตรงหน้าบ้าน
“อ้าว! ท่านแม่อาธาร์สวัสดีค่ะ”ฮันนาร์กล่าวทักทายอาธาร์มารดาของฮอร์ด
“จริงหรอ!!? ฮันนาร์ที่เธอบอกว่าทางที่ลูกฮอร์ดไปนั้นไม่มีภยันตรายน่ะ จริงหรือจ้ะ!!?”อาธาร์เธอรีบเดินมาหาฮันนาร์และกุมมือของนาง
“จริงค่ะ! เพราะหลังจากที่พ่อปล่อยหนูให้ออกไปเรียนรู้โลกด้วยตนเอง หนูก็ไปพิสูจน์เรื่องตำนานนี้มาค่ะ ปลอดภัยแน่นอนจ้ะแม่จ๋าา”ฮันนาร์ทำเสียงใสน่ารัก
“รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก”
“ทีนี้! ข้าจะได้นอนหลับอย่างหมดห่วงสักที”กาแลคเอ่ย
“เจ้าเด็กคนนี้! กล้าหาญชาญชัยโดนใจหนูจริงๆ”เมื่อฮันนาร์พูดจบ ทั้งอัสคัสกาแลคและอาธาร์ต่างพากันหันหน้ามามองฮันนาร์อย่างรวดเร็วแล้วอุทานขึ้นมาว่า “หืม?”
Reply
#20
บทที่ ๑๗ เผชิญกับโตนส์


…เช้าวันรุ่งขึ้นที่มีแสงสว่างสาดส่องมายังในถ้ำ ชายหนุ่มทั้งสามกำลังหลับไหลกันอย่างอ่อนเพลีย ในท่ามกลางร่างที่นอนราบอยู่กับพื้นถ้ำอยู่นั้นได้มีเสียงหินตกกระทบลงบนพื้นดังก๊อกแก๊กเป็นระยะๆ เสียงที่ตอนแรกนั้นอยู่ไกล ก็ได้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับเสียงหินที่ดังใกล้เข้ามาทุกทีเหมือนกัน ลุงกลอมค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา ตาของเขาค่อยๆลืมขึ้น หูของเขาได้ยินเสียงหินนั้น เสียงหินที่รู้สึกว่ามันจะใกล้เข้ามาหาพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ ลุงกลอมเลยหันหน้าใช้สายตามองไปตามที่มาของเสียงนั้น ภาพที่ปรากฎต่อหน้าของลุงกลอมในขณะนั้นคือตัวประหลาดร่างยักษ์สูง ๔ เมตร มันมีขนที่ริมฝีปาก นอกนั้นทั้งร่างของมันดูแข็งทื่อเหมือนกับหินยังไงยังงั้น แววตาของมันจ้องมองมาที่ลุงกลอมและหนุ่มอีกสองคนที่กำลังหลับไหล ดวงตาของมันร้าวฉานราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกจากกัน ตัวประหลาดตัวนั้นมันค่อยๆอ้าปากขึ้น คราบเลือดสีแดงสดได้ไหลออกมาจากปากอันกว้าง ลุงกลอมเมื่อได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นตระหนกเช่นนี้ จึงได้รีบเรียกให้ทั้งสองคนนั้นลุกขึ้น
“เฮ้ยยเจ้าหนู!! งานเข้าแล้ว!!?”ลุงกลอมรีบตะโกนและเขย่าตัวฮอร์ดกับเบิร์กแรงๆ
“อะไรลุง! ข้ายังนอนได้ไม่เต็มอิ่มเลย ปลุกทำไมเนี่ย!!?”เบิร์กตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด แต่ฮอร์ดนั้นได้หันหน้าไปทางที่มีตัวประหลาดตัวนั้นอยู่ เมื่อลืมตาขึ้นฮอร์ดก็ตื่นขึ้นมาในบัดนั้นเลย
“นี่มันตัวอะไรเนี่ย!!?”ฮอร์ดรีบคว้าขวานของเขาที่ลุงกลอมให้มาและลุกขึ้นถอยไปตั้งท่า
“โอ้วแม่เจ้า!!”เสียงของเบิร์กดังขึ้นเมื่อได้เห็นตัวประหลาดนี้
“พวกโตนส์!! นี่ไม่ใช่เขตก็อธทรานส์แท้ๆ แต่มีพวกมันอยู่ได้ยังไง??”ลุงกลอมกล่าวขึ้นในขณะที่เบิร์กวิ่งไปชักดาบในกระเป๋าของเขาออกมายืนอยู่ข้างๆลุงกลอมกับฮอร์ด
“เมื่อคืนนอนก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่!!? มันโผล่มาได้ยังไงกัน”ฮอร์ดหันหน้าไปถามลุงกลอม
“พวกโตนส์มันไม่ชอบความมืด ยามค่ำกลางคืนพวกมันจะจำศีล เมื่อมีแสงสว่างพวกมันถึงจะตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
“ลุง!! จะจัดการกับมันยังไงดี?”เบิร์กถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“อาวุธที่เรามีไม่สามารถแทงร่างแข็งๆของมันได้ ข้ามีทางเลือกสองทาง..ทางแรกคือยอมให้มันจับเราเคี้ยวเป็นอาหารมื้อเช้าของมัน ส่วนอีกทางหนึ่งนั้น..?”
“อีกทางหนึ่งคืออะไรล่ะลุง!!?”เบิร์กถามอีก
“ก็วิ่งไง!! รีบหยิบสัมภาระแล้ววิ่งสุดเท้าเลย เร็วว!!”ลุงกลอมพูดเสร็จก็จัดการวิ่งออกจากถ้ำด้วยความเร็วสูงชนิดที่ว่าอายุนั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลขเลยทีเดียว
“เฮ้ยลุง!! เอายังงี้เลยหรอ?”เบิร์กไม่รอช้ารีบจัดการตามลุงกลอมไปในทันที ส่วนตัวฮอร์ดนั้นยังยืนหยัดตั้งท่าที่จะสู้ โตนส์ตัวนั้นเดินเข้ามาใกล้ฮอร์ดและเอาฝ่ามืออันใหญ่มโหฬารของมันทุบลงกับพื้นถ้ำตรงที่ฮอร์ดยืน แต่ฮอร์ดนั้นหลบได้
“เราจะทำอย่างไรดี ถึงจะจัดการกับมันได้ ตัวมันแข็งแบบนี้ ขวานของเราได้หักแน่!”ฮอร์ดคิดอยู่ในใจ โตนส์ก็วิ่งเข้ามาจะจับจะคว้าฮอร์ดให้ได้ ทางลุงกลอมกับเบิร์กเมื่อไม่เห็นฮอร์ดตามออกมาด้วยก็รู้สึกตกใจ
“เดี๋ยว!! ฮอร์ดล่ะเจ้าเบิร์ก??”ลุงกลอมถามด้วยสีหน้าใจหาย
“ข้าก็ไม่รู้ลุง!! อย่าบอกนะว่า..”เบิร์กได้พูดแล้วหันหน้ากลับไปมองตรงปากทางเข้าถ้ำพร้อมกับลุงกลอม
“อีเลียด ฮอร์ดเอาอีกแล้ว..”

  กำปั้นได้ทุบลงอย่างบ้าคลั่งจนพื้นถ้ำแตกกระจุยกระจาย เศษหินกระเด็นลอยขึ้นสูงแล้วตกลงมาตรงพื้นถ้ำ ฮอร์ดตีลังกากลิ้งอย่างไม่เป็นท่า เขาไม่สามารถมองหาจุดอ่อนของมันได้เลย ฮอร์ดสอดส่องสายตาดูทุกส่วนในร่างของโตนส์ ในระหว่างที่เขามัวกำลังแสกนเรือนร่างอยู่นั้นก็เผลอโดนโตนส์อีกตัวที่โผล่ออกมาจากทางข้างหลังใช้มืออันใหญ่โตจับเอาไว้ได้ มันบีบร่างของฮอร์ดจนขวานที่เขาถืออยู่ในมือได้ร่วงหล่นลงมา โตนส์ตัวแรกนั้นก็ได้เดินเข้ามาหาโตนส์ตัวที่ถือฮอร์ดไว้อยู่ มันมายืนอยู่ตรงหน้าฮอร์ดแล้วส่งเสียงคำรามออกมาอย่างโหยหวนจนผนังถ้ำสะเทือน เสียงของมันใหญ่กึกก้องน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ส่วนโตนส์ตัวที่จับฮอร์ดได้นั้น มันอ้าปากของมันขึ้น ฟันของมันเหลี่ยมแต่ปลายคมแหลมหน่อยๆ มีฟันเพียงไม่กี่ซี่แต่ก็พอที่จะสามารถเคี้ยวสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆได้อย่างสบาย ฮอร์ดเห็นท่าไม่ดี เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย มันกำเขาไว้แน่นมากจนขยับเขยื้อนร่างกายมิได้ ลุงกลอมกับเบิร์กวิ่งเข้ามาได้ทันท่วงที ลุงกลอมเห็นฮอร์ดกำลังจะถูกกิน ไม่รอช้าเหวี่ยงขวานของเขาสุดแรงเกิดไปกระแทกท้ายทอยกะโหลกของโตนส์ที่กำฮอร์ดไว้อย่างแรง มันชะงัก และปล่อยฮอร์ออกจากมือ ร่างของฮอร์ดหล่นกระแทกพื้นถ้ำ ฮอร์ดรีบคลานตะเกียกตะกายออกจากรัศมีของมัน โตนส์อีกตัวที่กำลังคำรามอยู่เห็นฮอร์ดหลุดมือจากโตนส์ตัวนั้น ก็จะตามจับฮอร์ดให้ได้ เบิร์กจึงได้วิ่งเข้าไปล่อตามัน จนมันหันความสนใจมาหาเบิร์ก
“ซวยล่ะ!!?”เบิร์กอุทานขึ้น โตนส์ตัวนั้นมันใช้กำปั้นทุบอย่างไม่มองอะไรเลย คงจะหงุดหงิดที่ไม่สามารถจับพวกเขาได้ ทางฝั่งโตนส์ตัวที่ถูกลุงกลอมเขวี้ยงขวานใส่นั้น ทำให้ลุงกลอมเกิดเอะใจว่าตรงท้ายทอยนั้นต้องมีอะไรบางอย่างเป็นอันแน่ เพราะปกติพวกโตนส์นั้นตัวแข็งมาก โดนหินใหญ่ๆหล่นทับเท้ายังไม่รู้สึกอะไรเลยแต่นี้โดนขวานเหวี่ยงเข้าที่ท้ายทอยถึงกับทรุด ในระหว่างที่ลุงแกกำลังสงสัยครุ่นคิดอยู่นั้น ฮอร์ดไม่รอช้าคลานออกมาคว้าขวานของเขาพาดไว้ที่หลังแล้วลุกขึ้น วิ่งกระโดดขึ้นหลังโตนส์ตัวที่จับเขาไว้เมื่อกี้ โตนส์ตัวนั้นพอถูกฮอร์ดปีนขึ้นหลังก็พยายามสบัดตัวของมันเพื่อให้ฮอร์ดหล่น
“รนรานแบบนี้!! แสดงว่าจุดตายของแกต้องอยู่แถวนี้ล่ะสิ”ฮอร์ดพูดขึ้นขณะที่โตนส์ตัวนั้นกำลังสบัดตัวอย่างรุนแรง ฮอร์ดปีนขึ้นไป ด้วยความที่ผิวของโตนส์มันขรุขระ และมีนูนแข็งๆขึ้นมาตามร่างของมัน ฮอร์ดได้เกาะปีนป่ายไปตามนั้นจนถึงบริเวณท้ายทอยกะโหลกของมัน ฮอร์ดเอามือข้างซ้ายจับหนังแข็งๆของมันที่นูนขึ้นมาอย่างแน่น ส่วนมือขวาคว้าไปจับขวานที่พาดอยู่ที่หลังของเขา แล้วฟาดขวานด้ามมีคม ฟันเฉือนเข้าที่ท้ายทอยของโตนส์ตัวนั้น เมื่อคมขวานโดนท้ายทอย ก็ได้มีเลือดสีเหลืองพุ่งกระฉูดออกมา ปรากฎเส้นประสาทมากมายอยู่ที่ท้ายทอยนั่น ฮอร์ดเพิ่มแรงกดไปที่คมขวานจนมันเฉือนเส้นประสาททั้งหมดขาดสะบั้น โตนส์ตัวนั้นชักดิ้นชักงอทุรนทุรายร้องออกมาแล้วล้มตึงหัวฟาดพื้นอย่างแรงด้วยความแน่นิ่ง ฮอร์ดกลิ้งตกลงมาข้างๆมัน แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปที่โตนส์อีกตัวหนึ่งที่เบิร์กกำลังเผชิญหน้าอยู่ ลุงกลอมที่ยืนมองดูฮอร์ดที่กำลังโลดโผนโจนทะยานอย่างกล้าหาญวิ่งไปหาสัตว์ประหลาดอีกตัว เบิร์กมุดหลบเข้าใต้วงแขนของโตนส์ตัวนั้น เจ้าโตนส์ก็พยายามเอาหัวก้มลงแล้วอ้าปากงับเบิร์ก แต่ไม่ยักจะโดนสักที
“ข้าชักจะเหนื่อยแล้วนะ..!!”เบิร์กเกิดอารมณ์พิโรธขึ้นมาจึงเตะไปที่โตนส์ตัวนั้น เบิร์กร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแล้วกุมแข้งข้างที่เขายกขาเตะไปเมื่อกี้ไว้ ในขณะที่โตนส์เห็นเบิร์กเสียท่าด้วยความทำไม่คิดแล้ว มันจึงใช้โอกาสนี้รีบเอามือไปกำเบิร์กขึ้นมา แต่ฮอร์ดได้วิ่งมาอย่างโชกโชนพร้อมกับขวาน แขนล่ำๆของฮอร์ดเต็มไปด้วยเหงื่อไคล โตนส์ตัวนั้นกำลังชันเข่าลงไปจับเบิร์กพอดี ฮอร์ดก็วิ่งขึ้นหลังของมันได้อย่างฉลิว และฟาดคมขวานเหวี่ยงขวาลงไปที่ท้ายทอยกะโหลกของมันจนตายล้มลงแน่นิ่งเหมือนกับตัวแรก ฝุ่นได้ฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้น เบิร์กไอคอกแคกอยู่กับพื้น ลุงกลอมค่อยๆเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เบิร์กค่อยๆลุกขึ้น
“แผลยังไม่หายดีจากการโดนรุมต่อยเลย ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้อีก”เบิร์กบ่นขึ้นแล้วก้มลงหยิบดาบของเขา ลุงกลอมได้เดินมาข้างๆเบิร์ก แล้วมองไปทางโตนส์ตัวนั้น ฝุ่นที่ฟุ้งไปทั่วในบริเวณนี้ก็ค่อยๆจางลง ร่างลางๆที่อยู่ในฝุ่นนั้น ดูสง่างามเป็นอย่างยิ่ง เบิร์กกับลุงกลอมได้เห็นฮอร์ดในสภาพที่น่าเกรงขามนัก เมื่อฝุ่นหายไปภาพที่เห็นคืออีเลียด ฮอร์ดที่ยืนอย่างองอาจอยู่บนกะโหลกอันใหญ่ของโตนส์ตัวนั้น ใบหน้าของฮอร์ดในตอนนี้ ดูนิ่งดูขรึม เมื่อฮอร์ดเห็นลุงกลอมกับเบิร์กยืนมองอยู่เขาก็ได้ยิ้มเบาๆให้กับสหายทั้งสอง
“แขกในยามเช้า..หมดสักทีนะ”ฮอร์ดอุทานเบาๆขณะยืนอยู่บนกะโหลกโตนส์
Reply


Forum Jump:


Users browsing this thread: 1 Guest(s)